Page 2 - คำสอน 05
P. 2
ค ำสอนพระศำสนจักรคำทอลิกเรื่องครอบครัวและกำรสมรส
หัวข้อ “บิดำและมำรดำ”
(Fathers and mothers)
ข้อคิดจำกพระสันตะปำปำฟรังซิส
“พระศาสนจักรเปรียบเสมือนมารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์” มนุษย์ทุกคนเป็นหนี้บุญคุณมารดาของเขาส าหรับการให้ก าเนิด
การเลี้ยงดู การพัฒนาทางด้านความเป็นมนุษย์และทางด้านจิตวิญญาณ แม้กระทั่งในชุมชนคริสตชน
ศูนย์กลางชีวิตของพระศาสนจักรก็คือ พระมารดาของพระเยซูเจ้า มารดาที่เสียสละมากมายเพื่อลูกของตนเอง ดังนั้น
บรรดาลูก ๆ จึงควรที่จะฟังมารดาของตนเอง การท างานประจ าวันของมารดาย่อมท าให้ลูก ๆ เข้าใจได้อย่างดีถึงการท าหน้าที่
อย่างดีที่สุดอันเป็นผลมาจากความปรารถนาดีของมารดา
พลังแห่งควำมรักที่ท ำให้เกิดขึ้น
หนทางสู่ความศักดิ์สิทธิ์ถูกน าทางด้วยบิดามารดาอันเกี่ยวข้องกับการกระท าของความรักที่เขาทั้งสองมอบให้กับบุตร
เป็นกระแสเรียกที่งดงามและเป็นพลังส าหรับบุคคลที่ได้ถูกเรียกว่าเป็น “พ่อและแม่” กระแสเรียกนี้ได้รับการแบ่งปันจาก
พลังแห่งความรักของพระเจ้าที่สร้างมนุษย์ขึ้นมา ทั้งด้านเนื้อหนังและจิตวิญญาณ เป็นกระแสเรียกตลอดชีวิตท่ามกลางสถานการณ์
ต่าง ๆ ความรักของผู้ชายและผู้หญิงบังเกิดผลเสมอ แม้ในกรณีที่พวกเขาไม่สามารถมีบุตรได้ หรือเมื่อบิดามารดาได้ก้าวสู่วัยชรา
ในความเป็นจริง คู่สมรสสามารถให้ก าเนิดบุตรของพระเจ้าได้เสมอ (ทั้งที่เป็นบุตรฝ่ายเนื้อหนังและบุตรฝ่ายวิญญาณ)
ควำมรักที่สุภำพและเมตตำ
ในหนังสืออพยพหลังจากชาวอิสราเอลได้นมัสการลูกวัวทองค า พระเจ้าได้ทรงเปิดเผยกับโมเสสถึงความรักของพระองค์ว่า
พระยาห์เวห์เสด็จมาในเมฆ ประทับอยู่กับโมเสสที่นั่น ทรงประกาศพระนามยาห์เวห์ พระยาห์เวห์เสด็จผ่านไปข้างหน้า
โมเสส ทรงประกาศว่า “เราเป็นพระยาห์เวห์ พระเจ้าผู้เมตตาและกรุณา ไม่โกรธง่าย เต็มเปี่ยมด้วยความรักมั่นคง และความ
ซื่อสัตย์ เรารักษาความรักมั่นคงของเราไว้แก่ชนหลายพันชั่วอายุคน อภัยความผิด อภัยการล่วงเกิน และอภัยบาป แต่เราไม่ละเลย
ที่จะลงโทษ เราจะลงโทษความผิดของบิดาในลูกหลานเหลนจนถึงสามสี่ชั่วอายุคน” (อพย 34:5-7)
1

