คำชี้แจงโครงการสัมมนาฟื้นฟูชีวิตครอบครัว (ฟฟ.1)

โอกาสครบรอบ 45 ปี เริ่มจากการสัมมนาฟื้นฟูชีวิตครอบครัว ก้าวสู่ กระบวนการสัมมนา อภิบาลครอบครัว
ส่งเสริม ฟื้นฟูชีวิตคู่

จากประสบการณ์ ที่ได้รับโอกาส มีส่วนร่วมกับ บาทหลวง ยอห์น อุลลิอนา และคณะ ร่างโครงการ สัมมนาฟื้นฟูชีวิตครอบครัว ของวัดนักบุญ ยอแซฟ บ้านโป่ง ปี พ.ศ. 2524 และปี พ.ศ. 2529 ได้ร่วมร่างแผนงานอภิบาลครอบครัว ของคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการส่งเสริมชีวิตครอบครัว สภาพระสังฆราชคาทอลิก แห่งประเทศไทย (ชื่อสมัยนั้น) อีกทั้งได้รับหน้าที่ ร่วมจัดการสัมมนาฟื้นฟูชีวิตครอบครัว ในสังฆมณฑลต่าง ๆ ในระยะเวลาเริ่มต้น และร่วมการจัดสัมมนา ฯ กับบางสังฆมณฑล ต่อเนื่องมา

ด้วยการนำของพระจิต ผ่านทางพระ สมณสาสน์ ของสมเด็จพระสันตะปาปา พระองค์ต่าง ๆ
พระ สมณสาสน์ ว่าด้วย ชีวิตมนุษย์ ( Humanae vitae ) ของพระสันตะปาปา ปอล ที่ 6
พระ สมณสาสน์ ว่าด้วย ครอบครัวคริสตชน ในโลกปัจจุบัน (Familiaris consortio) ของพระสันตะปาปา จอห์น ปอลที่ 2
พระ สมณลิขิตเตือนใจ ว่าด้วย ความปีติยินดี แห่งความรักในครอบครัว ( Amoris Laetitia) เเละ
พระ สมณสาสน์ ที่กล่าวถึงครอบครัวก้าวไปด้วยกัน ( Synodality ) ของพระสันตะปาปา ฟรานซิส

อีกทั้งประสบการณ์ที่ได้รับการแบ่งปันจากทีมงาน และผู้เข้าร่วมการสัมมนา ที่ดำเนินงานร่วมกันมา ทำให้เห็นคุณค่า ความสำคัญ และความจำเป็นของกระบวนการสัมมนาฟื้นฟูชีวิตครอบครัว ที่มีต่อคู่สามี ภรรยา และต่อครอบครัวและอีกทั้งโครงการนี้ ได้สร้างบุคลากรร่วมงานอภิบาลครอบครัวจำนวนมาก ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นพื้นที่ต่าง ๆ

กระนั้นก็ตาม พบว่ามีปัจจัยสำคัญบางอย่างเปลี่ยนไปจากเดิม ที่ต้องนำมาพิจารณา และพัฒนา เพื่อให้การสัมมนา ตอบโจทย์ของครอบครัวในสถานการณ์ปีนี้ปัจจุบัน อาทิ
– คู่สามี ภรรยาที่อยู่ในสภาวะเปราะบาง มีจำนวนสูงขึ้นเป็นลำดับ เสี่ยงที่อาจนำสู่การแยกกันอยู่ หรือ หย่าร้าง
– คู่หนุ่มสาวจำนวนมาก ดำเนินชีวิตครอบครัวก่อนการตัดสินใจเข้ารับพิธีสมรสตามประเพณี หรือหลักศาสนา
– คู่สามี ภรรยา จำนวนมาก เป็นคู่ที่ถือศาสนา ความเชื่อ ศรัทธา และ มีประเพณีปฏิบัติต่างกัน
นอกจากนี้ การดำเนินการสัมมนา อภิบาลครอบครัว ส่งเสริม ฟื้นฟูชีวิตคู่ ยังมีประเด็นสำคัญ ที่ผู้ดำเนินการต้องตระหนัก คือ

ผู้เข้าร่วมการสัมมนา
ผู้ร่วมการสัมมนาทั้งหมด ทั้งคู่สามีภรรยาที่สมรสแล้ว หรือคู่ที่เตรียมประกอบพิธีสมรส ระยะใกล้ชิด ซึ่งมีจำนวนไม่น้อย เป็นคู่ที่มีความเชื่อ และประเพณีประกอบศาสนกิจ ตามความเชื่อ ศรัทธา ในหลักธรรมพระศาสนา ต่างกัน หรือที่เรียกกันว่า ต่างความเชื่อ เป็นความเชื่อที่มั่นคง และมีความอ่อนไหวในทางปฏิบัติ ดังนั้นจึงต่างต้องให้เกียรติเคารพในความเชื่อ และประเพณีประกอบศาสนกิจ ของกันและกัน และแม้นว่าการสัมมนา ฯ จะเป็นไปตามหลักการภายใต้องค์กร ของพระศาสนจักรคาทอลิก ก็ตาม

ผู้เข้าร่วมการสัมมนา มีความหลากหลาย ทั้งอายุ และประสบการณ์ชีวิตที่ต่างกัน จึงเพื่อให้การสัมมนา เกิดผลตามวัตถุประสงค์ ต้องให้ความสำคัญ กับการไต่ตรอง เรียนรู้ด้วยตนเอง ตามขั้นตอนของแต่ละท่าน เป็นสำคัญ

ทีมดำเนินการ
ตามกระบวนการสัมมนา อภิบาลครอบครัว ส่งเสริม ฟื้นฟูชีวิตคู่ จัดแบ่งบทบาทหน้าที่ ทีมดำเนินการ เป็นฝ่าย ต่าง ๆ นั้น พึงตระหนักว่า ทีมงาน หรือที่เรียกว่า รุ่นพี่ ทุกท่าน มีความสำคัญต่อกระบวนการสัมมนา ทั้งสิ้น

ทีมงานทั้งหมด เริ่มแต่ผู้เชิญชวนผู้มาเข้าร่วม ผู้จัดเตรียมความพร้อมก่อนการสัมมนา และดำเนินการในระหว่างการสัมมนา เตรียมสถานที่ อาหาร อุปกรณ์ประกอบกิจกรรมการสัมมนา การบริการในแต่ละช่วง ทุก ๆท่านอุทิศตน ทุ่มเททำหน้าที่ บทบาทที่แต่ละท่านกระทำ เป็นบทบาทของ “ผู้อภิบาลครอบครัว” ท่านเป็น “วิทยากร” ภาคสนาม ที่ให้บทเรียนด้านการอภิบาล แก่ผู้ร่วมการสัมมนา ด้วยการกระทำเป็นแบบ อาจมิใช่ด้วยคำพูดแนะนำ

ผู้ทำหน้าที่พิธีกร ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ พึงตระหนักและเตือนตนเองเสมอ ๆ ว่า บทบาทของตน ทำหน้าที่เป็น”พิธีกร”ผู้ชี้แจง และแนะนำการดำเนินกิจกรรม ตั้งคำถาม เพื่อให้เกิดการไตร่ตรอง และแลกเปลี่ยน เป็นผู้ที่ใส่ใจ รับฟังความรู้สึก ความคิดเห็น พร้อมเคียงข้าง ก้าวไปด้วยกัน กับผู้ร่วมสัมมนา มิใช่เป็น “วิทยากร” ผู้ให้ความรู้

ทีมงานทุกท่าน ทุกบทบาท เป็นผู้ “รับเลือก”มาร่วมงานในแผนการณ์ การสร้าง และการไถ่กู้ มนุษย์
กับพระเจ้าผ่านทางสถาบันครอบครัว

ด้วยเหตุนี้ จึงขอนำเสนอเพื่อพิจารณา กระบวนการสัมมนา อภิบาลครอบครัว ส่งเสริม ฟื้นฟูชีวิตคู่ ที่เป็นประโยชน์ครอบคุม ทั้ง
1. คู่สามีภรรยาที่สมรถแล้วระหนึ่งที่ประสงค์จะรับการพื้นฟูชีวิตคู่ ให้อบอุ่น เข้มแข็ง มั่นคงยิ่งขึ้น
2. คู่สามีภรรยาที่ดำเนินชีวิตครอบครัวแล้ว ระยะหนึ่ง ประสงค์จะขอรับพิธีสมรส ตามเงื่อนไขของพระศาสนจักร และได้รับความเห็นชอบจากพระสงฆ์ผู้รับผิดชอบแล้ว
3. คู่สามีกรรยา ที่มีความเชื่อ ศรัทธา ในพระศาสนา และมีประเพณีปฏิบัติ ต่างกัน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ แก่ผู้ดำเนินชีวิตครอบครัว ของพระศาสนจักรคาทอลิก ในสถานะการณ์ของสังคม
ปัจจุบัน อีกทั้งเป็นการดำเนินงาน สอดคล้อง ตามแผนยุทธศาสตร์ งานอภิบาลครอบครัว ของแผนกครอบครัว สภาบิชอปคาทอลิก แห่งประเทศไทย ที่มุ่งเสริมสร้างพระศาสนจักรระดับครอบครัว ส่งเสริมการจัดกลุ่มครอบครัว ระดับวัด เพื่อครอบครัวในชุมชนวัด ก้าวไปด้วยกัน และอภิบาลกันและกัน

ยอแซฟ พรพิสูจน์ สังขรัตน์
เรียบเรียง นำเสนอ
วันที่ 23 มิถุนายน 2026

กระบวนการ สัมมนาอภิบาลครอบครัว ส่งเสริม ฟื้นฟูชีวิตคู่ ขั้นที่ l

หัวข้อและกิจกรรมกระบวนการสัมมนาอภิบาลครอบครัว ส่งเสริม ฟื้นฟูชีวิตคู่ โดยสังเขป

หมวดที่ 1 เตรียมความพร้อม นำสู่เนื้อหา การสัมมนา ฯ
กิจกรรมที่ 1 ต้อนรับ และรับลงทะเบียน ผู้เข้าร่วมการสัมมนา
กิจกรรมที่ 2 วจนพิธี เปิดการสัมมนา
กิจกรรมที่ 3 กลุ่มสัมพันธ์ และละลายพฤติกรรม
กิจกรรมที่ 4 นำสู่เนื้อหา สถานการณ์ที่ท้าทายชีวิตครอบครัว ในสังคมปัจจุบัน

หมวดที่ 2 เสริมสร้างความสํานึก ในคุณค่า บทบาทของตนเอง และผู้อื่น
กิจกรรมที่ 5 ภาวนา และไตร่ตรองคุณค่าชีวิต
กิจกรรมที่ 6 ถอดบทเรียน คุณค่า ศักดิ์ศรี บทบาท และหน้าที่ของมนุษย์
กิจกรรมที่ 7 ไตร่ตรอง และทบทวนการดำเนินชีวิตของตน

หมวดที่ 3 สถานการณ์ที่ท้าทาย ต่อการดำเนินเจริญชีวิตคู่
กิจกรรมที่ 8 ความเห็น มุมมองที่แตกต่าง ที่ต้องรับฟัง เพื่อเสริมความรู้ ความเข้าใจ ให้แก่กันและกัน
กิจกรรมที่ 9 ชีวิตคู่ ต้องยอมรับประสบการณ์พื้นฐาน ความเชื่อ ศรัทธาของกัน เชื่อใจ วางใจ ไม่หวาดระแวง
กิจกรรมที่ 10 เรื่องสำคัญในการดำเนินชีวิตคู่ ที่เราอาจมองข้าม หรือขาดความสนใจ ใส่ใจ

หมวดที่ 4 ดำเนินชีวิตเป็นกิจวัตร สร้างเสริมบรรยากาศครอบครัวที่อบอุ่น เข้มแข็ง
กิจกรรมที่ 11 การเสริมสร้างบรรยากาศ ที่อบอุ่น ในครอบครัว
กิจกรรมที่ 12 พฤติกรรมที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตคู่ ซึ่งต้องหลีกเลี่ยง
กิจกรรมที่ 13 สามีภรรยา เป็นคู่อุปถัมภ์ ที่เสริมสร้างชีวิตแก่กัน
กิจกรรมที่ 14 สามีภรรยา ก้าวไปด้วยกันทั้งยามสุข ยามทุกข์ เวลาสบาย หรือเจ็บป่วย

หมวดที่ 5 สามีภรรยา ผู้ร่วมแผนการสืบทอดชีวิต กับพระเจ้า
กิจกรรมที่ 15 ศักดิ์ศรี หน้าที่เรื่องเพศ ของสามีและภรรยา และการร่วมแผนการสืบทอกชีวิต กับพระเจ้า

หมวดที่ 6 เสริมสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์ และกับพระเป็นเจ้า
กิจกรรมที่ 16 พิธีบูชาขอบพระคุณ ต่อความรัก พระเมตตา และพระพรที่ได้รับในชีวิตครอบครัว
กิจกรรมที่ 17 ราตรีสัมพันธ์ รับมอบเทียน สัญญาลักษณ์แห่งความรัก และแสงสว่าง

หมวดที่ 7 จิตตารมณ์แห่งความรัก และรับใช้ สร้างเสริมความสนิทสัมพันธ์กับคู่ชีวิต และกับพระเจ้า กิจกรรมที่ 18 รําพึงภาวนา เจริญสติ เสริมความสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้า “บิดาผู้ใจดี”
กิจกรรมที่ 19 คุณความดีของคู่ชีวิต ที่ต้องกล่าวถึง และขอบคุณ
กิจกรรมที่ 20 ความรัก ให้อภัย และไม่จดจําความผิด
กิจกรรมที่ 21 พระศาสนา ทรงคุณค่า เสริมสร้างความรัก ความอบอุ่น เข้มแข็ง มั่นคง แก่ครอบครัว
กิจกรรมที่ 22 พิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ และพิธีรื้อฟื้นคํามั่นสัญญา แห่งศีลสมรส หรือการสมรส
กิจกรรมที่ 23 เสริมสร้าง “ครอบครัวอภิบาลครอบครัว” และประเมินผลที่ได้รับจากการสัมมนา
กิจกรรมที่ 24 พิธีปิดการสัมมนา และเสริมความรัก ผูกพัน บุคคลในครอบครัว เดินทางกลับบ้าน เพื่อดำเนินชีวิตตามพันธะกิจต่อไป

ขั้นตอน และแนวทางดำเนินกิจกรรม ตามกระบวนการสัมมนา

หมวดที่ 1 เตรียมความพร้อมนําเข้าสู่เนื้อหา การสัมมนาฯ

ความพร้อมของผู้เข้าร่วมการสัมมนา และทีมงาน เป็นกุญแจสำคัญยิ่ง ซึ่งจะส่งผลให้ผู้เข้าร่วมเปิดใจ ร่วม กิจกรรมต่าง ๆ พร้อมแลกเปลี่ยน เรียนรู้ เสริมทัศนคติ สร้างทักษะการดำเนินชีวิต

กิจกรรมที่ 1 : ต้อนรับ และลงทะเบียน ผู้เข้าร่วมการสัมมนา

ขั้นตอนและแนวทางดำเนินกิจกรรม

  • ทีมงานต้อนรับผู้เข้าร่วมการสัมมนาอย่างอบอุ่น ให้เกียรติ และเป็นกันเอง รับสัมภาระ ติดชื่อ เก็บแยกชาย หญิง
  • เชิญผู้เข้าร่วม ลงทะเบียนด้วยตนเอง โดยมีทีมงานนั่งเป็นเพื่อน พร้อมให้ความช่วยเหลือ
  • ขณะที่รอสมาชิกท่านอื่น ๆ ทีมงานนั่งเป็นเพื่อน พูดคุย บริการน้ำและของว่าง
  • เมื่อผู้เข้าร่วมการสัมมนามาพร้อมแล้ว เชิญผู้เข้าร่วม รับประทานอาหาร โดยมีทีมงานให้บริการ

กิจกรรมที่ 2 : วจนพิธี เปิดการสัมมนา วจนพิธีกรรมเปิดการสัมมนา นําโดยพระสงฆ์ ประธานพิธี สถานที่สมควรตั้งแท่นพระรูปครอบครัวศักดิ์ สิทธิ์

ขั้นตอนที่ 1 : พิธีกร เชิญประธานกลุ่ม กล่าวรายงาน ต่อประธานพิธี ถึงวัตถุประสงค์ของการสัมมนา และจำนวนผู้เข้าร่วมการสัมมนา จากที่ต่าง ๆ

ขั้นตอนที่ 2 : ทีมงานนําร้องเพลง (เลือกเพลงที่เหมาะสม)

ขั้นตอนที่ 3 : ผู้อ่าน อ่านพระวจนะ (เลือกบทที่เหมาะสม เช่น ยน 15.9-17 ; มิใช่ท่านที่เลือกเรา.. ท่านจงรักกัน..)

ขั้นตอนที่ 4 : พิธีกร เชิญประธานพิธี กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วม และให้โอวาท กล่าวเปิดการสัมมนา

ขั้นตอนที่ 5 : พิธีกร เชิญประธานพิธี ผู้ร่วมฯ ทีละคู่ ตามด้วยทีมงาน ถวายช่อดอกไม้ หรือธูป ต่อพระรูปเพื่อ ถวาย เกียรติ และขอพระพรสำหรับการสัมมนาครั้งนี้

ขั้นตอนที่ 6 : พระสงฆ์ ประกาศแต่งตั้งผู้รับผิดชอบการสัมมนาครั้งนี้ ทีมงานทั้งหมด ขอรับพรจากพระสงฆ์ประธานพิธี เพื่อการทำงานร่วมกัน

กิจกรรมที่ 3 : กลุ่มสัมพันธ์ และละลายพฤติกรรม มีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการร่วมกิจกรรมต่อ ๆ ไป

แบ่งกิจกรรมเป็น 2 กิจกรรมย่อย
ขั้นตอน และแนวทางดำเนินกิจกรรม

พิธีกร ต้องใส่ใจ ปฏิกิริยา ของผู้ร่วมสัมมนาและท่าน และคู่ เพื่อประกอบการนําเสนอคําถาม

กิจกรรมย่อยที่ 1
ขั้นตอนที่ 1 : พิธีกรนันทนาการ และทีมงาน

  • ยืนต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนา พร้อมปรบมือ
  • นําร้องเพลง สลับเล่นเกม ง่าย ๆ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมผ่อนคลาย และเริ่มมีส่วนร่วม

ขั้นตอนที่ 2 : พิธีกร แบ่งผู้เข้าร่วมฯ พร้อมทีมงาน เป็นกลุ่มย่อย และให้แต่ละท่านในกลุ่ม แนะนํา ตัวเอง จากนั้น สลับบุคคลในกลุ่ม ทำเช่นเดียวกัน 2- 3 ครั้ง

กิจกรรมย่อยที่ 2 ถอดบทเรียน จากบทบาทสมมุติ บอกเล่าด้วยภาษาท่าทาง

ขั้นตอนที่ 1 : พิธีกร แบ่งผู้เข้าร่วม เป็นกลุ่มย่อย ๆ กลุ่มละ 5-6 ท่าน และแนะนํา การดำเนินกิจกรรม

  • ผู้เข้าร่วม แต่ละท่าน จะได้รับข้อกําหนดบทบาท และท่านต้องแสดง เป็นภาษาท่าทาง เท่านั้น เพื่อบอกให้เพื่อน ๆ กลุ่มอื่นๆ ทราบว่า บทบาทที่ท่านได้รับนั้น คืออะไร
  • ก่อนออกไปนําเสนอ ท่านสามารถปรึกษาเพื่อ ๆ ในกลุ่มของท่านได้ ว่าควรทำอย่างไร

ขั้นตอนที่ 2 : ผู้ร่วมสัมมนา ดำเนินกิจกรรม ตามขั้นตอน

  • ทีมงานแจกบทบาทสมมุติ ที่มีบทบาทแตกต่างกัน ให้ผู้เข้าร่วมแต่ละท่าน
  • เมื่อผู้เข้าร่วมได้รับแล้ว ศึกษาบทบาทของตน ถ้ามีข้อสงสัย สามารถปรึกษาเพื่อนในกลุ่มได้ แต่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนบทบาทที่ได้รับกับท่านอื่นๆ
  • พิธีกร ให้เวลาพูดคุยสักครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าพร้อมแล้ว ให้กลุ่มที่พร้อม ส่งเพื่อนออกมานําเสนอทีละท่าน จนครบทุกท่าน จากนั้นให้กลุ่มอื่น ทำเช่นเดียวกันต่อไป
  • ผู้นําเสนอต้องใช้ภาษาท่าทางเท่านั้น นําเสนอจนกว่าจะมีผู้หนึ่งผู้ใดรับรู้อย่างถูกต้อง จึงจะสามารถหยุดการนําเสนอ และขอบคุณผู้ตอบด้วยการโค้งคํานับ
  • พิธีกร เห็นว่าผู้นําเสนอ กระทำได้ถูกต้องแล้ว เชิญชวน ทุกท่านปรบมือ ชื่นชม ให้กําลังใจ ผู้นําเสนอ และเชิญท่านต่อ ๆ ไป
  • เมื่อผู้เข้าร่วมฯ แสดงบทบาทของตนครบทุกท่านแล้ว พิธีกร เชิญผู้เข้าร่วมฯจัดที่นั่งเป็นวงกลม สามีภรรยา นั่งคู่กัน รวมถึงพิธีกร นั่งในวงเดียวกัน โดยไม่ทิ้งระยะห่างจากผู้เข้าร่วม

ขั้นตอนที่ 3 : พิธีกร ตั้งคําถาม เชิงวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะทำกิจกรรม ตัวอย่างคําถาม (ถามเพียง 2-3 ท่าน)

  • ท่านมีความรู้สึก ความคิดอย่างไร เมื่อได้ทราบบทบาทที่ท่านต้องออกไปนําเสนอ..
  • ก่อนที่ท่านจะต้องออกไปนําเสนอท่านทำอย่างไร….
  • ขณะที่ท่านเป็นผู้นําเสนอ ท่านรู้สึกอย่างไร….ท่านทำอย่างไรต่อ…
  • ท่านได้สังเกตหรือไม่ว่า ขณะที่ท่านกําลังนําเสนออยู่นั้น เพื่อนในกลุ่มของท่านมี ท่าทีอย่างไร…
  • เมื่อมีผู้ตอบถูกต้อง ท่านรู้สึกอย่างไร….
  • เพื่อนท่านอื่น ๆ ขณะที่ท่านเป็นผู้นําเสนอ มีความรู้สึก เหมือนหรือต่างกันอย่างไรบ้างไหม
  • เพื่อนท่านอื่น ๆ รู้สึก หรือคิดอย่างไร ในขณะที่กําลังดูเพื่อน ที่กําลังนําเสนอ…และท่านทำอย่างไร ขณะที่เพื่อนผู้นําเสนอ ยังไม่สามารถทำให้เพื่อนเข้าใจได้….

ขั้นตอนที่ 4 : พิธีกรตั้งคําถาม เชิงประยุกต์กับชีวิตจริง เพื่อผู้ร่วมสัมมนา คิด ไต่ตรอง และแลกเปลี่ยน ตั้งคําถาม เชิงประยุกต์กับชีวิตจริง

  • จากการวิเคราะห์บทบาทสมมุติ เมื่อสักครู่นี้ ท่านคิดว่า ในขณะที่เรากําลังร่วมการสัมมนาและกําลัง ศึกษา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในแต่ละช่วงกิจกรรมต่าง ๆ….เราควรปฏิบัติตัวอย่างไร ทั้งกับตนเอง และต่อ เพื่อนร่วมการสัมมนา (เมื่อมีผู้แสดงความเห็น พอสมควรแล้ว (4-5 ท่าน)
  • พิธีกรนําเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป

ขั้นตอนที่ 5 เชิญผู้ร่วมสัมมนา 1-2 ท่าน สรุปข้อคิดที่ได้รับจากกิจกรรม

ขั้นตอนที่ 6 พิธีกร เสริมความคิด ที่ผู้ร่วมสัมมนาอาจมิได้กล่าวถึง เท่าที่จําเป็น

  • ขอขอบคุณทุกท่าน และขอย้ำประเด็นที่ท่านกล่าวเมื่อสักครู่นี้ …ในระหว่างการร่วมสัมมนาตลอดสองวัน ขอท่านกระทำเช่นที่เราพูดคุยกันเมื่อสักคู่นี้ ขอฟังด้วย ท่าทีท่าทางที่ ใส่ใจ เป็นต้น ของคู่ชีวิตของเรา รับรู้ถึงความคิด ความรู้สึก ของกันและกัน ให้กําลังใจกันและกัน…. พร้อมขอท่านได้แสดง ความคิดเห็น แลกเปลี่ยน เพราะความเห็นของทุก ๆท่าน เป็นความเห็นมีคุณค่า เป็นประโยชน์ยิ่ง ต่อการส่งเสริมและฟื้นฟูชีวิตคู่ของเรา……..
  • ขณะนี้ ขอทุกท่าน สงบเงียบสักครู่หนึ่ง ยกจิต เจริญสติ ภาวนา ขอพระพรจากพระเจ้าหรือท่านผู้ศักสิทธิ์ ที่ท่านเคารพนับถือ ได้โปรดประทานพรท่าน ตลอดการสัมมนานี้ และขอขอบพระคุณ สำหรับความสุขในชีวิตที่ผ่านมาและขอท่านโปรดบรรเทาความทุกข์ที่อาจกําลังประสพอยู่ในขณะนี้ด้วยเทอญ….(เงียบสักครู่หนึ่ง)
  • (ถ้ามีพระสงฆ์อยู่ด้วย หรือผู้อาวุโส ) กล่าวอวยพร …ขอพระเจ้าผู้ทรงสรรพนุภาพ พระบิดา พระบุตร และพระจิตโปรดอวยพระพรแด่ท่านและครอบครัว ด้วยเทอญ

กิจกรรมที่ 4 นําเข้าสู่เนื้อหา สถานการณ์ที่ท้าทายชีวิตครอบครัว ในสังคมปัจจุบัน

ถอดบทเรียนจาก คลิปสั้น เรื่อง “ไม่มีความสำเร็จใด ชดเชยความล้มเหลวของครอบครัวได้” (ขออนุญาตและขอบคุณ Cr. WIR center)

ขั้นตอนและแนวทางดำเนินกิจกรรม

พิธีกรต้องใส่ใจ ปฏิกิริยา ของผู้ร่วมสัมมนาและท่าน และคู่ เพื่อประกอบการนําเสนอคําถาม

ขั้นตอนที่ 1 : พิธีกร แนะนํา การดำเนินกิจกรรม

  • กล่าวทักทายผู้เข้าร่วมการสัมมนาและแนะนําตัวเอง
  • (กล่าวเท้าความถึงกิจกรรมที่ผ่านมา เล็กน้อย ) กิจกรรมที่ผ่านมา เชิญชวนเรามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆด้วยการแสดงออก สนใจ ใส่ใจ และรับฟังความคิดและประสบการณ์ของกันและกัน เป็นต้นจากคู่ชีวิตของเรา กิจกรรมที่เราจะร่วมกันทำต่อไปนี้ก็เช่นกัน…จะเราร่วมชมคลิป สั้น ๆ ซึ่ง เป็นคลิปที่แสดงถึงชีวิตครอบครัวๆหนึ่ง ขอท่านติดตามสังเกต บทบาท ท่าที คําพูด การกระทำ ของบุคคลในครอบครัวนี้ทุกคนอย่างละเอียด จากนั้นร่วมกันถอดบทเรียนจากชีวิตของทุกบุคคลของ ครอบครัวนี้

ขั้นตอนที่ 2 : ผู้ร่วมสัมมนา ร่วมชมคลิป ( จัดที่นั่ง เหมาะสมกับสถานที่ )

ขั้นตอนที่ 3 : พิธีกร ตั้งคําถาม เชิงวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตัวอย่างคําถาม

  • เมื่อท่านดูคลิปนี้ ท่านมีความรู้สึก ความคิดอย่างไร ขอท่านแสดงความคิดแลกเปลี่ยนกัน (เป็นครั้งแรกที่ให้ผู้ร่วมสัมมนาแสดงความคิด ถ้าเป็นไปได้ขอให้ทุกท่านได้แสดงความคิดแม้จะเล็กน้อย )
  • ท่านคิดว่า มีเหตุปัจจัยอะไรบ้าง ที่ทำให้เกิดสถานการณ์ดังที่เห็นจากครอบครัวนี้

ขั้นตอนที่ 4 : พิธีกรตั้งคําถาม เชิงประยุกต์กับชีวิตจริง เพื่อผู้ร่วมสัมมนา คิด ไต่ตรอง และแลกเปลี่ยน

ตัวอย่างคําถาม

  • ถ้ามีสมาชิกในครอบครัวนี้มาเล่าถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในครอบครัวเขา…ท่านจะมีคำแนะนําอย่างไร
  • จากคลิปนี้ ท่านมีข้อคิดอย่างไรบ้าง…(ขอทุกท่านได้แบ่งปัน)

ขั้นตอนที่ 5 : เชิญผู้ร่วมสัมมนา 1-2 ท่าน สรุปข้อคิดที่ได้รับจากกิจกรรม

ขั้นตอนที่ 6 : พิธีกรเสริมความคิดที่ผู้ร่วมสัมมนาอาจมิได้กล่าวถึงเท่าที่จําเป็น

  • ขอขอบคุณสำหรับข้อคิดที่ท่านได้แบ่งปันกันเมื่อสักครู่นี้..เป็นความจริงที่ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ของชีวิตครอบครัวปัจจุบัน เราทุกครอบครัว มีสถานการณ์ที่ท้าทายต่างกัน ดังนั้นในสองสามวันนี้เราจะร่วมกันเสริมสร้างครอบครัวของเรา เพื่อครอบครัวเราได้เข้มแข็ง อบอุ่น และมั่งคงยิ่ง ๆขึ้น
  • เชิญชวนผู้ร่วมสัมมนา ภาวนาขอบคุณชีวิตที่ผ่านมาของเรา และขอฝากการพักผ่อนในคืนนี้กับพระเจ้า (สงบเงียบ สักครู่หนึ่ง)
  • แนะนําอาคารสถานที่ และการอยู่ร่วมกันในระหว่างการสัมมนานี้ ซึ่งรุ่นพี่ ทีมงานทุกท่านพร้อมให้คำแนะนํา ช่วยเหลือ และรับใช้ด้วยความยินดี
  • เชิญผู้ร่วมสัมมนาพักผ่อน

หมวดที่ 2 เสริมสร้างความสํานึก ในคุณค่า บทบาท ของทั้งตน และผู้อื่น
การตระหนัก และดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า คือการเข้าใจตนเองอย่างถ่องแท้
นําไปสู่การเลือกใช้ชีวิตที่สอดคล้องกับเป้าหมายที่แท้จริง สร้างคุณค่า ทั้งต่อตนเอง และผู้อื่น

กิจกรรมที่ 5 ภาวนา และไตร่ตรองคุณค่าชีวิต

ขั้นตอนที่ 1 : ผู้ร่วมสัมมนา และพิธีกร จัดที่นั่งร่วมกันเป็นวงกลม และพิธีกรเกริ่นนํา

  • จะดีหรือไม่ เมื่อตื่นขึ้นวันใหม่ก่อนที่จะลุกไปล้างหน้า…..ใช้เวลาตั้งสติสักครู่หนึ่ง วันนี้เราได้มีเวลาอีกวันหนึ่ง เราจะดำเนินชีวิตก้าวหน้าอย่างไร มีหนทางเดินอย่างไร พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เราเป็นหนทาง ความจริง และชีวิต”ด้วยเหตุนี้ เราขอพระพรสำหรับการดำเนินชีวิตในวันนี้จากพระเจ้า พระบิดาของเรา

ขั้นตอนที่ 2 : พิธีกรเชิญผู้ร่วมสัมมนา เล่าประสบการณ์ชีวิต

  • ช่วงเวลาที่ประสบสถานการณ์ที่ท้าทาย และท่านสามารถก้าวผ่านช่วงนั้นได้อย่างไร
  • ท่านคิดว่าการเจริญสติ การภาวนา ศึกษาธรรม ส่งผลดีต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างไร
  • ขอผู้ร่วมสัมมนา เจริญสติและภาวนา ขอบพระคุณ และขอพระพร เป็นพิเศษสำหรับการร่วมสัมมนาในครั้งนี้

กิจกรรมที่ 6 ไตร่ตรอง คุณค่า ศักดิ์ศรี และบทบาทหน้าที่ของตนเอง

ถอดบทเรียน คลิปเรื่อง “คุณค่าของคนอยู่ที่ไหน” Cr. เสริมสิน และจากคลิปเรื่อง“มนุษย์ที่ไม่ใช่มนุษย์”

ขั้นตอนและแนวทางดำเนินกิจกรรม

พิธีกรต้องใส่ใจ ปฏิกิริยา ของผู้ร่วมสัมมนาแต่ละท่าน แต่ละคู่ เพื่อประกอบการนําเสนอคําถาม

ขั้นตอนที่ 1 : พิธีกร แนะนํา การดำเนินกิจกรรม

  • ขอผู้ร่วมสัมมนา จัดที่นั่ง และติดตามคลิปสั้นนี้ พร้อมสังเกต ทั้งบทบาท ท่าที คําพูด การกระทำ ของบุคคลที่พูดคุยกันในโต๊ะอาหาร อย่างละเอียด จากนั้นเราจะร่วมกันถอดบทเรียนจากคําพูด แนวคิด ของบุคคลในคลิปนั้น

ขั้นตอนที่ 2 : พิธีกร ตั้งคําถาม เชิงวิเคราะห์

ตัวอย่างคําถาม

  • ท่าทีและคําพูด ที่แสดงออกต่อกันในโต๊ะอาหารของเพื่อน ๆ เป็นอย่างไร
  • ขอผู้ร่วมสัมมนา 4-5 ท่านแสดงความคิดเห็น
  • เมื่อเพื่อนที่เป็นครูบอกถึงอาชีพของเขา เพื่อน ๆมีท่าทีอย่างไร และเมื่อเพื่อนที่เป็นครูชี้แจง พร้อมพูด ถึงครู เชาว์ เพื่อน ๆ มีท่าทีอย่างไร (เมื่อฟังความคิดผู้ร่วมสัมมนา 3-4 ท่านแล้ว)
  • จากคลิป เรื่อง มนุษย์ที่ไม่ใช่มนุษย์ คลิปนี้สะท้อนวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคมปัจจุบันเป็น อย่างไร
  • จุดยืนของท่านต่อการดำเนินชีวิตเป็นอย่างไร (ขอฟังความเห็นเพียง 1-2 ท่าน)

ขั้นตอนที่ 3 : เชิญผู้ร่วมสัมมนา 1-2 ท่าน สรุปข้อคิดจากการชมคลิปสั้น

ขั้นตอนที่ 4 : พิธีกรเชิญผู้ร่วมสัมมนาแต่ละท่าน ตอบคําถาม กิจกรรมที่ 7 ต่อทันที

กิจกรรมที่ 7 ไตร่ตรอง ทบทวน เสริมความตระหนัก การดำเนินชีวิตของตน

ถอดบทเรียน จากคําถามที่

  1. ถ้าท่านเลือกเกิดได้ อยากเกิดเป็นอะไร ทําไมถึงอยากเกิดเป็นเช่นนั้น
  2. ถ้าท่านรู้ตัวว่า ท่านจะมีชีวิตเหลืออยู่อีกเพียง 10 วัน ท่านจะใช้เวลาที่เหลือนี้ ทำอะไรบ้าง

ขั้นตอนและแนวทางดำเนินกิจกรรม

พิธีกรต้องใส่ใจ ปฏิกิริยา ของผู้ร่วมสัมมนาแต่ละท่าน แต่ละคู่ เพื่อประกอบการนําเสนอคําถาม

ขั้นตอนที่ 1 : ขอผู้ร่วมสัมมนาทุกท่านตอบคําถาม ถ้าท่านเลือกได้ ท่านอยากเกิดเป็นอะไร เพราะอะไรถึง ถึงอยากเกิดเป็นเช่นนั้น…..(เมื่อผู้ร่วมสัมมนา ตอบครบทุกท่านแล้ว)

พิธีกร ตั้งคําถามชวนคิดต่อ

ตัวอย่างคําถาม

  • ในความเป็นจริง ท่านเลือกเกิดได้หรือ…
  • ความคิดที่จะทำ…(ทวนความคิด คําตอบ ของผู้ร่วมสัมมนา)เมื่อเกิดใหม่ต้องเกิดใหม่ก่อน จึงจะสามารถทำตามที่คิดใช่หรือไม่

ขั้นตอนที่ 2 : พิธีกร ตั้งคําถาม ต่อ…..ถ้าท่านรู้ตัวว่า ท่านจะมีชีวิตเหลืออยู่อีกเพียง 10 วัน ท่านจะใช้เวลาที่เหลือนี้ ทำอะไรบ้าง (เมื่อได้คําตอบจากทุกท่านแล้ว….)

พิธีกร (ตั้งคําถามเชิงท้าทาย ต่อ)

ตัวอย่างคําถาม

  • ท่านแน่ใจหรือว่าท่านจะมีชีวิตเกินกว่า 10 วัน อย่างแน่นอน…… วันนี้อาจเป็นวันที่ ….ของเราก็ได้ หรือไม่ หรือมีท่านใดแน่ใจ
  • เมื่อท่านไม่รู้วันไหน เวลาใด สิ่งที่ท่านคิดจะทำ (คําพูดผู้ร่วมเอง)….ท่านจะทำเมื่อไร…(ฟัง ความคิดเห็น 4-5 ท่าน)
  • อาจยกเรื่องเฉียดตายของตน หรือคนใกล้าชิด หรือที่เกิดขึ้นจริง ที่หลายคนก็ทราบ….

ขั้นตอนที่ 3 : พิธีกรตั้งคําถาม เชิงประยุกต์กับชีวิตจริง ให้ผู้ร่วมสัมมนา คิด ไต่ตรองและแลกเปลี่ยน

  • ขอผู้ร่วมสัมมนา สงบ ยกจิต เจริญสติ รับฟังเพลง “ทุกวันเป็นของขวัญ”

ขั้นตอนที่ 4 : ขอท่านแบ่งปัน ท่านจะดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่าอย่างไร (ขอแต่ละท่านแบ่งปัน)

ขั้นตอนที่ 5 : เชิญผู้ร่วมสัมมนา 1-2 ท่าน สรุปข้อคิดที่ได้รับจากกิจกรรม

หมวดที่ 3 สถานการณ์ที่ท้าทาย ต่อการดำเนินเจริญชีวิตคู่

สถานการณ์ที่ท้าทายต่อการดำเนินชีวิตคู่ มักเกิดจากการปรับตัว การจัดการอารมณ์ และปัจจัยภายนอก การรับมือกับความท้าทายเหล่านี้  ต้องอาศัยความเข้าใจ การสื่อสารที่เปิดกว้าง หากรู้เท่าทันและปรับตัว เข้าหากัน จะช่วยประคับประคองความสัมพันธ์ให้ผ่านพ้นวิกฤต และเติบโตไปด้วยกันอย่างเข้มแข็งและมั่นคง

กิจกรรมที่ 8 มุมมอง และความเห็นที่แตกต่าง ต้องสื่อสาร และรับฟัง อย่างตั้งใจ และมีทักษะ จึงสามารถเสริม ความรู้ ความเข้าใจให้แก่กันและกัน ได้อย่างดี มีคุณภาพ

ถอดบทเรียนจาก สามเหลี่ยม ทรงพีระมิด หลากสี

ขั้นตอนและแนวทางดำเนินกิจกรรม

พิธีกรต้องใส่ใจ ปฏิกิริยา ของผู้ร่วมสัมมนาและแต่ละท่าน แต่ละคู่ เพื่อประกอบการนําเสนอคําถาม

ขั้นตอนที่ 1 : พิธีกร แนะนํา การดำเนินกิจกรรม

  • ขอผู้ร่วมสัมมนา จัดที่นั่งเป็นวงกลม ขอให้สามี ภรรยา นั่งตรงกันข้ามกัน

ขั้นตอนที่ 2 : พิธีกร ดำเนินกิจกรรม ตามขั้นตอน

  • ทีมงานนําสามเหลี่ยม ทรงพีระมิด มาตั้งบนโต๊ะ กลางวง
    • ถามคู่ที่ 1 (สามี) ท่านเห็นรูปสามเหลี่ยมที่ตั้งบนโต๊ะนี้หรือไม่….ท่านว่าสามเหลี่ยมนี้ สีอะไร.. (ภรรยา)ท่านเห็นรูปสามเหลี่ยมที่ตั้งบนโต๊ะนี้หรือไม่…ท่านว่าสามเหลี่ยมนี้สีอะไร..
    • ถามคู่ที่ 2 (ภรรยา) ท่านเห็นรูปสามเหลี่ยมที่ตั้งบนโต๊ะนี้หรือไม่ ท่านว่าสามเหลี่ยมนี้สีอะไร.. (สามี)ท่านเห็นรูปสามเหลี่ยมที่ตั้งบนโต๊ะนี้หรือไม่…ท่านว่าสามเหลี่ยมนี้สีอะไร..

ขั้นตอนที่ 3 : พิธีกร ตั้งคําถาม เชิงวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะทำกิจกรรม

ตัวอย่างคําถาม

  • ทําไมสามีภรรยาทั้งสองคู่นี้ ต่างเห็นและพูดไม่เหมือนกัน พวกท่านคิดว่า ความเห็นและคําพูดของใคร ถูก ของใครผิด…
  • เพราะอะไรจึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เห็นต่างกัน พูดกันคนละอย่าง ( ฟังความเห็น 4-5)

ขั้นตอนที่ 4 : พิธีกรตั้งคําถาม เชิงประยุกต์กับชีวิตจริง เพื่อผู้ร่วมสัมมนา คิด ไต่ตรองและแลกเปลี่ยน

ตัวอย่างคําถาม

  • เหตุการณ์ทำนองนี้ เห็นต่างกัน พูดกันคนละอย่าง เคยเกิดขึ้นระหว่างคู่ของท่านบ้างหรือไม่ เหตุการณ์เป็นอย่างไร… และท่านผ่านไปได้อย่างไร…. ขอท่านเล่า ถือเป็นการแลกเปลี่ยนกัน…
  • ความคิด ความเห็นที่ต่างกัน เป็นคุณหรือเป็นอุปสรรค ต่อการดำเนินชีวิตในครอบครัวระหว่าง สามี ภรรยา พ่อ แม่ ลูก….
  • เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ท่านมีวิธีจัดการอย่างไร…

ขั้นตอนที่ 5 : เชิญผู้ร่วมสัมมนา 1-2 ท่าน สรุปข้อคิดที่ได้รับจากกิจกรรม

ขั้นตอนที่ 6 : พิธีกร เสริมความคิด ที่ผู้ร่วมสัมมนาอาจมิได้กล่าวถึง เท่าที่จําเป็น เช่น

  • ความคิด ความเห็น ที่แตกต่าง เป็นเรื่องปกติ เพราะเราต่างกันด้วย เพศ ด้วยประสบการณ์
  • ควรเลือกสถานที่ และเวลา ที่เหมาะสม ใช้สติในการพูดคุย
  • การพูดคุย การฟัง ซัก ถาม ไม่ควรใส่อารมณ์รุนแรงหรือคําพูดเสียงดัง
  • ควรหยุดการสนทนาก่อน เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเริ่มมีอารมณ์แรง

กิจกรรมที่ 9 ชีวิตคู่ ต้องยอมรับประสบการณ์พื้นฐานชีวิต ความเชื่อ ศรัทธา เดิมของกันและกัน และต้องการความ เข้าใจ เชื่อใจ วางใจ ความเห็นใจ และ ไม่ควรหวาดระแวงกัน

ถอดบทเรียนจาก ภาพลวงตา

ขั้นตอนและแนวทางการดำเนินกิจกรรม

พิธีกรต้องใส่ใจ ปฏิกิริยา ของผู้ร่วมสัมมนาแต่ละท่าน แต่ละคู่ เพื่อประกอบการนําเสนอคําถาม

ขั้นตอนที่ 1 : พิธีกร แนะนํา การดำเนินกิจกรรม

  • ขอผู้ร่วมสัมมนา จัดที่นั่งเป็นสองแถว หันหน้าเข้าหากัน ห่างกันประมาณ 2 เมตร สามี ภรรยา นั่งตรงข้ามกัน
  • ขอทุกท่านติดตาม และพิจารณาสิ่งที่พิธีกรนําเสนออย่างเงียบๆ

ขั้นตอนที่ 2 ผู้ร่วมสัมมนา ดำเนินกิจกรรม ตามขั้นตอน

  • ผู้ช่วยพิธีกร 2 ท่าน นําภาพที่เตรียมไว้ ให้แต่ละฝ่ายดู อย่างช้า ๆ โดยไม่ต้องชี้แจงใด ๆ ให้ฝ่ายหญิง ดูภาพผู้หญิงแก่ และให้ฝ่ายชาย ดูภาพหญิงสาว
  • เมื่อผู้ร่วมสัมมนาทั้งสองฝ่ายได้ดูเรียบร้อยแล้ว
  • พิธีกรนําภาพที่เตรียมไว้ ( ภาพหญิง ลวงตา)ให้ผู้ร่วมสัมมนา ดูพร้อมกัน
    • ถามฝ่ายหญิงทีละคนว่า ผู้หญิงที่ท่านเห็นในภาพ อายุประมาณเท่าใด
    • ถามฝ่ายชายทีละคนว่า ผู้หญิงที่ท่านเห็นในภาพ อายุประมาณเท่าใด
    • ท่านคิดว่า อะไรเป็นเหตุปัจจัย ที่ทำให้ท่านมีความเห็นแตกต่างกันเช่นนี้

ขั้นตอนที่ 3 : พิธีกร ตั้งคําถาม เชิงวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะทำกิจกรรม

ตัวอย่างคําถาม

  • ทําไมฝ่ายหญิง ฝ่ายชาย มีคําตอบต่างกันอย่างชัดเจน ท่านมั่นใจในคําตอบของท่านหรือไม่.
  • จากกิจกรรมรูปสามเหลี่ยมที่ผ่านมา ท่านให้ข้อคิดว่าควรทำอย่างไร เมื่อมีความเห็นที่แตกต่างกัน..

ขั้นตอนที่ 4 : พิธีกรตั้งคําถาม เชิงประยุกต์กับชีวิตจริง เพื่อผู้ร่วมสัมมนา คิด ไต่ตรอง และแลกเปลี่ยน

ตัวอย่างคําถาม

  • ท่านคิดว่าในชีวิตจริง อะไรเป็นเหตุปัจจัย ที่อาจทำให้ท่าน มีความคิดเห็นแตกต่างกันได้
  • ก่อนที่ท่านทั้งสองจะตัดสินใจ ดำเนินชีวิตร่วมกัน ท่านรับรู้และเข้าใจกันและกันดีพอหรือไม่..แต่ เมื่อใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว ที่ได้เห็น ได้รู้จักกันมากขึ้น..ท่านพร้อมจะก้าวไปด้วยกันต่อไปหรือไม่… ท่านจะทำอย่างไร ให้ชีวิตคู่ของท่าน ก้าวต่อไป อย่างอบอุ่น เข้มแข็ง และมั่นคง…..
  • ท่าน ควรจัดการอย่างไรกับเหตุปัจจัย ที่ทำให้ท่านซึ่งมีความคิดเห็นแตกต่างกัน พูดคุยกัน โดยไม่ ทะเลาะกัน หรือ พูดคุยกันอย่างไร โดยไม่ต้องทะเลาะกัน ….

ขั้นตอนที่ 5 : เชิญผู้ร่วมสัมมนา 1-2 ท่าน สรุปข้อคิดที่ได้รับจากกิจกรรม

ขั้นตอนที่ 6 : พิธีกร เสริมความคิด ที่ผู้ร่วมสัมมนาอาจมิได้กล่าวถึง เท่าที่จําเป็น

  • เหตุปัจจัยที่สำคัญ เช่น ความเชื่อ ศรัทธา ประเพณี วิถีชีวิตถิ่น วิถีชีวิตแต่ละครอบครัว ซึ่งเมื่อเราเลือกเป็นคู่ชีวิตของกันและกัน เราจึงต้องเรียนรู้ ให้เกียรติ ยอมรับ พร้อมปรับตัว กันและกัน อีกทั้งต้องไม่นําข้อด้อยหรือความผิดพลาดในอดีตมากล่าวตอกย้ำ และนําไปสู่ความขัดแย้งสะสม จนกลายเป็นปมฝังใจ
  • คู่ที่มีความเชื่อ ศรัทธา มีประเพณีปฏิบัติต่างกันและสามารถอยู่ร่วมกัน ยิ่งกว่านั้นยังส่งเสริมกันและกัน โดยไม่ถือเป็นความขัดแย้ง ท่านมีแนวทางปฏิบัติอย่างไร….ขอท่านแบ่งปันแก่เพื่อนๆ

กิจกรรมที่ 10 เรื่องสำคัญในการดำเนินชีวิตคู่ ที่เราอาจมองข้าม หรือขาดความสนใจ ใส่ใจ

ถอดบทเรียนจาก จุดดำบนพื้นขาว

ขั้นตอนและแนวทางการดำเนินกิจกรรม

พิธีกรต้องใส่ใจ ปฏิกิริยา ของผู้ร่วมสัมมนาแต่ละท่าน แต่ละคู่ เพื่อประกอบการนําเสนอคําถาม

ขั้นตอนที่ 1 : พิธีกร ดำเนินกิจกรรม

  • ปรับที่นั่งเป็นครึ่งวงกลม
  • นํากระดาษขาวมา เจตนาใส่จุดเล็ก ๆ ลงบนกระดาษ ให้ผู้ร่วมสัมมนาทุกคนเห็น
  • เจตนา ขยายจุดเล็ก ๆ นั้นให้ใหญ่ขึ้น ๆ พร้อมถามว่า ท่านเห็นหรือยัง เห็นชัดเจนขึ้นหรือไม่.. ท่านเห็นอะไร

ขั้นตอนที่ 2 : พิธีกร ตั้งคําถาม เชิงวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะทำกิจกรรม

ตัวอย่างคําถาม

  • ท่านเห็นเพียงแค่จุดดำเล็กนี้เท่านั้นหรือ ท่านไม่เห็น หรือไม่ใส่ใจพื้นที่ อื่น ๆหรือ…
  • พื้นที่สีขาวที่ท่านไม่พูดถึง มีพื้นที่มากกว่าจุดดำนั้นใช่หรือไม่ แต่ทําไมท่านไม่กล่าวถึงเลย

ขั้นตอนที่ 3 : พิธีกรตั้งคําถาม เชิงประยุกต์กับชีวิตจริง เพื่อผู้ร่วมสัมมนา คิด ไต่ตรอง และแลกเปลี่ยน

ตัวอย่างคําถาม

  • ถ้าเปรียบ จุดดำเป็นข้อพกพร่อง สีขาวเป็นความดี ในชีวิตจริงประจำวันคู่ของเรา ได้พูดถึงความดีของกันและกัน มากกว่าพูดถึงข้อพกพร่องของกันใช่หรือไม่
  • การพูดถึงข้อพกพร่อง ตอกย้ำ อยู่ประจำ จะส่งผลอย่างไรบ้าง ในทางตรงกันข้าม ถ้าเรากล่าวชมถึงความดีของกันอยู่เสมอ ๆ จะส่งผลอย่างไร

ขั้นตอนที่ 4 : เชิญผู้ร่วมสัมมนา 1-2 ท่าน สรุปข้อคิดที่ได้รับจากกิจกรรม

ขั้นตอนที่ 5 : พิธีกร เสริมความคิด ที่ผู้ร่วมสัมมนาอาจมิได้กล่าวถึง เท่าที่จําเป็น

  • ขอให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่านทำการบ้าน เขียนถึงความดีของคู่ชีวิตและนําส่ง พรุ่งนี้เช้า ขอเก็บเป็นความลับ โดยไม่บอกให้คู่ของเรารับรู้

หมวดที่ 4 ดำเนินชีวิตเป็นกิจวัตร สร้างเสริมบรรยากาศครอบครัวที่อบอุ่น เข้มแข็ง

บรรยากาศที่อบอุ่นในครอบครัว เกิดจากการสื่อสารที่เข้าอกเข้าใจ การใช้เวลาร่วมกันอย่างคุณภาพ การ แสดง ความรักอย่างสม่ำเสมอ สิ่งนี้สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจ ช่วยให้ทุกคน เข้มแข็ง มั่นคง กล้าแสดงออก พร้อม เป็นกําลังใจ และเป็นคู่อุปถัมภ์ของกันและกันเสมอ

กิจกรรมที่ 11 การเสริมสร้างบรรยากาศ ที่อบอุ่น ในครอบครัว

ถอดบทเรียนจาก บทบาทสมมุติ 3 บรรยากาศ

ขั้นตอนและแนวทางการดำเนินกิจกรรม

พิธีกรต้องใส่ใจ ปฏิกิริยา ของผู้ร่วมสัมมนาแต่ละท่าน แต่ละคู่ เพื่อประกอบการนําเสนอคําถาม

ขั้นตอนที่ 1 : พิธีกร

  • คัดเลือกผู้เข้าร่วมฯ 3 ท่าน เป็นผู้เล่าเรื่อง ทีละท่านตามลำดับ โดยเกณฑ์คัดเลือกดังนี้
  • ผู้เล่าคนที่ 1 เป็นคนพูดน้อย ไม่ค่อยกล้าแสดงออกรับบทเป็นผู้เล่าเหตุผลที่ตัดสินใจเข้าร่วมการสัมมนาครั้งนี้
  • ผู้เล่าคนที่ 2 เป็นคนพูดเก่ง มีสาระ กล้าแสดงออก รับบทเป็นผู้เล่าประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ตื่นเต้นที่สุด
  • ผู้เล่าคนที่ 3 เป็นคนพูดเก่ง กล้าแสดงออก มั่นใจตัวเองสูงรับบทเป็นผู้เล่าประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่เศร้าที่สุด
  • เมื่อผู้ได้รับการคัดเลือก ออกไปเตรียมความพร้อม พิธีกรแนะนําผู้ร่วม ฯท่านอื่น ๆ
  • กับผู้เล่าคนที่ l ให้ผู้ร่วมที่อยู่ในห้อง (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คู่ของผู้เล่า) ร่วมบทบาทสมมุติ สร้าง บรรยากาศที่อบอุ่น โดยการแสดงออก ให้เกียรติ สนใจ ใส่ใจ รับฟัง พูดคุย สอบถามอย่างจริงใจ
  • กับผู้เล่าคนที่ 2 ให้ผู้ร่วมที่อยู่ในห้อง (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คู่ของผู้เล่า)ร่วมบทบาทสมมุติ สร้าง บรรยากาศที่เย็นชา เฉยเมย ด้วยท่าที ท่าทางแสดงออก ที่เย็นชา เฉยเมย ไม่ปรบมือต้อนรับ ไม่ใส่ใจ ฟังการเล่า ไม่สนใจพูดคุย หรือสอบถามแต่อย่างใด
  • กับผู้เล่าคนที่ 3 ให้ผู้ร่วมที่อยู่ในห้อง (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คู่ของผู้เล่า)ร่วมบทบาทสมมุติ สร้าง บรรยากาศ ไม่ให้เกียรติ ต่อต้าน โดยแสดงปฏิกิริยา รังเกียจ ต่อต้าน ด้วยท่าที ท่าทางแสดงออก และ คําพูดประชดประชัน เยาะเย้ย ถากถาง ไม่ปรบมือ ไม่ใส่ใจรับฟัง ไม่สนใจพูดคุย หรือสอบถามใด ๆ

ขั้นตอนที่ 2 : ผู้ร่วมสัมมนา ดำเนินกิจกรรม ตามขั้นตอนที่พิธีกรแนะนํา

  • เมื่อผู้รับเลือกทั้ง 3 ท่าน ได้ทำหน้าที่ตามบทบาทที่ได้รับ ผู้ร่วมสัมมนา และทีมงาน ได้ทำตาม บทบาทที่กำหนดแล้ว….ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ พิธีกรและทีมงาน ต้องรีบชี้แจงทำความเข้าใจ แก่ผู้ร่วมสัมมนา พร้อมขอโทษ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากการสร้างสถานการณ์จำลองครั้งนี้

ขั้นตอนที่ 3 : พิธีกร ตั้งคําถาม เชิงวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะทํากิจกรร

ตัวอย่างคําถาม เมื่อได้ชี้แจงการสร้างสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นแล้ว….

  • ขอให้ผู้เล่า ทั้งสาม แสดงความรู้สึกก่อนที่จะออกมาเล่า ขณะที่เล่า และหลักจากเล่าเสร็จ เป็นอย่างไรบ้าง (ทีละคน ตามลําดับ)
  • ถามผู้สร้างบรรยากาศ ท่านเห็นอะไรเกิดขึ้นบ้างกับเพื่อนเราทั้ง 3 ท่าน ในขณะที่เราสร้าง บรรยากาศนั้น ๆ กับพวกเขา

ขั้นตอนที่ 4 : พิธีกรตั้งคําถาม เชิงประยุกต์กับชีวิตจริง เพื่อผู้ร่วมสัมมนา คิด ไต่ตรอง และแลกเปลี่ยน

ตัวอย่างคําถาม

  • ท่านคิดอย่างไรบ้าง กับเหตุการที่เกิดขึ้น…ถ้าบรรยากาศนี้เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวของท่าน จะเป็นอย่างไร….
  • บ้านของท่านมีบรรยากาศอย่างไร ใครที่เป็นผู้ทําให้บรรยากาศเช่นนั้น เกิดขึ้นในบ้าน ….ท่านจะปรับบรรยากาศบ้านของท่านอย่างไร
  • ขอผู้ร่วมสัมมนา แสดงความความคิดเห็น

ขั้นตอนที่ 5 : เชิญผู้ร่วมสัมมนา 1-2 ท่าน สรุปข้อคิดที่ได้รับจากกิจกรรม

ขั้นตอนที่ 6 : พิธีกร เสริมความคิด ที่ผู้ร่วมสัมมนาอาจมิได้กล่าวถึงเท่าที่จําเป็น

  • ขอสามี ขอภรรยา ขอพ่อ ขอแม่ ตัดสินใจเลือกสร้างบรรยากาศได้ตามใจ ตามที่ชอบ เพราะเป็นครอบครัวของท่าน

กิจกรรมที่ 12 พฤติกรรมที่เป็นอุปสรรค ต่อการดําเนินชีวิตคู่ ซึ่งต้องหลีกเลี่ยง

ถอดบทเรียนจาก สถานะการณ์จําลอง การแข่งขัน

ขั้นตอนและแนวทางดําเนินกิจกรรม

พิธีกรต้องใส่ใจ ปฏิกิริยา ของผู้ร่วมสัมมนาแต่ละท่าน แต่ละคู่ เพื่อประกอบการนําเสนอคําถาม

ขั้นตอนที่ 1 : พิธีกร แนะนํา การดําเนินกิจกรรม

  • จัดผู้ร่วมสัมมนาเป็น 2 แถว ฝ่ายสามี ฝ่ายภรรยา หันหน้าหากัน ห่างกันประมาณ 1ม.สามี ภรรยา อยู่ ตรงข้ามกัน นั่งบนพื้น จัดช่องไฟระหว่างกันประมาณ 50 ซ.ม
  • อุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขัน แต่ละคู่จะได้รับ ด้าย ที่มีขวดยาคูลท์ผูกอยู่กลาง ยาว ประมาณ 1.50 ม.จํานวน 2 เส้น มีแก้วนํ้าเล็ก ๆ วางตรงกลางระหว่างคู่สามีภรรยา

ขั้นตอนที่ 2 : ผู้ร่วมสัมมนา ดําเนินกิจกรรม ตามขั้นตอน

  • สามีภรรยาแต่ละคู่ พันปลายเชือกทั้งสองเส้นไว้กับนิ้วชี้ของตน ด้านหนึ่งกับสามี อีกด้านหนึ่งกับ ภรรยา
  • ขวดยาคูลท์ที่อยู่ด้านมือขวาให้เป็นของตน
  • เมื่อได้รับสัญญาณ ให้แข่งกัน นําขวดของตนลงแก้ว ขณะเดียวกันต้องกีดกันมิให้คู่ของเรานําขวดลง แก้วได้…ท่านใดนําขวดของตน ลงแก้วได้ ผู้นั้นเป็นฝ่ายชนะ จะได้รับรางวัล ฝ่ายแพ้จะถูกทําโทษ
  • ให้เวลา 1 นาที หยุดการแข่งขัน ต้องรู้ผล แพ้ ชนะ

ขั้นตอนที่ 3 : พิธีกร ตั้งคําถาม เชิงวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะทํากิจกรรม

ตัวอย่างคําถาม เมื่อหยุดการแข่งขันแล้ว

  • ขอเสียงผู้ชนะ
  • แยกคู่ที่ไม่มีผู้ใดเลย สามารถนําขวดลงแก้วได้ ไว้กลุ่มหนึ่ง
  • ขอให้แบ่งปันว่า เหตุใด จึงไม่มีท่านใด นําขวดของตนลงแก้วได้
  • ใครที่ต้องรับผลจากความไม่ประสบผลสําเร็จ และสมควรถูกลงโทษ
  • การที่ท่านทั้งสองไม่สามารถนําขวดลงแก้วได้เลย เป็นความผิดของใคร
  • ขอทราบความรู้สึกของผู้ชนะ
  • ท่านชนะ ในการแข่งขันอะไร
  • ท่านแข่ง ชนะใคร
  • ท่านฉุกคิดบ้างหรือไม่ว่ามีผู้ที่ทําให้ท่าน ดึงกันมากขึ้น ๆ เป็นใคร…

ขั้นตอนที่ 4 : พิธีกรตั้งคําถาม เชิงประยุกต์กับชีวิตจริง เพื่อผู้ร่วมสัมมนา คิด ไต่ตรอง และแลกเปลี่ยน

ตัวอย่างคําถาม

  • ถ้าบรรยากาศหรือสถานการณ์เช่นนี้ เกิดขึ้นที่บ้านของเราจะเป็นอย่างไร
  • ใครบ้างที่จะต้องเป็นผู้ที่ต้องรับผลต่อเหตุการณ์เช่นนี้ ใครเจ็บบ้าง
  • ขอผู้ร่วมกิจกรรมแบ่งปันความคิดที่ได้จากการร่วมกิจกรรมนี้

ขั้นตอนที่ 5 : เชิญผู้ร่วมสัมมนา 1-2 ท่าน สรุปข้อคิดที่ได้รับจากกิจกรรม

ขั้นตอนที่ 6 : พิธีกร เสริม ความคิดที่ผู้ร่วมสัมมนา อาจไม่ได้กล่าวถึง

  • บุคคลที่ 3 ที่เป็นสาเหตุสําคัญ ผลักดัน ยั่วยุ ท่าน ให้กระทําการแบบที่เกิดขึ้น
  • บุคคลที่ 3 จะเป็นใครได้บ้าง ควรป้องกันหรือแก้ไขอย่างไร

กิจกรรมที่ 13 สามีภรรยา เป็นคู่อุปถัมภ์ ที่เสริมสร้างชีวิตของกันและกัน

ถอดบทเรียนจาก การต่อจิ๊กซอ

ขั้นตอนและแนวทางดําเนินกิจกรรม

พิธีกรต้องใส่ใจ ปฏิกิริยา ของผู้ร่วมสัมมนาแต่ละท่าน แต่ละคู่ เพื่อประกอบการนําเสนอคําถาม

ขั้นตอนที่ 1 : พิธีกร แนะนํา การดําเนินกิจกรรม

  • จัดผู้ร่วมสัมมนาเป็น 2 แถว ฝ่ายสามี ฝ่ายภรรยา หันหน้าหากัน ห่างกันประมาณ 1ม.สามี ภรรยา อยู่ ตรงข้ามกัน นั่งบนพื้น แต่ละคู่จัดช่องไฟระหว่างกันประมาณ 50 ซ.ม
  • คู่สามีภรรยาแต่ละคู่ จะได้รับอุปกรณ์ คู่ละ 1 ชุด

ขั้นตอนที่ 2 : ผู้ร่วมสัมมนา ดําเนินกิจกรรม ตามขั้นตอน

  • เมื่อได้รับอุปกรณ์แล้ว แบ่งอุปกรณ์ ให้สามีส่วนหนึ่ง และภรรยาส่วนหนึ่ง
  • ขอแต่ละคู่ดําเนินกิจกรรมตามกติกา ที่กําหนด
  • ขอแต่ละคู่ใช้อุปกรณ์ที่ได้รับทั้งหมด ต่อรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีขนาดเท่า ๆกัน 5 รูป
  • ขณะที่ต่อรูป ห้ามมิให้ปรึกษากัน
  • ห้ามถือวิสาสะ หยิบชิ้นส่วนของอีกฝ่ายหนึ่ง มาต่อของตน

ขั้นตอนที่ 3 : พิธีกร ตั้งคําถาม เชิงวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะทํากิจกรรม

ตัวอย่างคําถาม

  • ขณะทํากิจกรรมนี้ อะไรเป็นอุปสรรคสําคัญ ของการทํางานร่วมกันของคู่ของท่าน
  • มีวิธีการอื่นใดหรือไม่ ที่จะช่วยท่าน แม้ว่าท่านยังคงรักษากติกาอย่างเคร่งครัด
  • มีท่านใดที่สังเกตเห็น ชิ้นส่วนของคู่ของเราที่ขาด ซึ่งเรามี และได้หยิบยื่นส่วนของเราให้เขา

ขั้นตอนที่ 4 : พิธีกรตั้งคําถาม เชิงประยุกต์กับชีวิตจริง เพื่อผู้ร่วมสัมมนา คิด ไต่ตรอง และแลกเปลี่ยน

ตัวอย่างคําถาม

  • ในความเป็นสามีภรรยา ของท่าน มีกติกา ต่อกันเช่นนี้หรือไม่ เช่น ห้ามปรึกษา
  • เพื่อให้การใช้ชีวิตร่วมกัน ท่านควรต้องมีท่าที หรือวิถีดําเนินชีวิตร่วมกันอย่างไร
  • คํากล่าวที่ว่า “สามีภรรยาพระจัดสรรมาเป็นคู่อุปถัมภ์ของกัน และกัน” ท่านอธิบาย อย่างไร
  • คําว่า “จุ่นจ้าน”กับคําว่า “ใส่ใจ” ของคู่สามีภรรยา ท่านคิดว่ามีความเหมือนหรือ แตกต่างกันอย่างไร

ขั้นตอนที่ 5 : เชิญผู้ร่วมสัมมนา 1-2 ท่าน สรุปข้อคิดที่ได้รับจากกิจกรรม

ขั้นตอนที่ 6 : พิธีกร เสริมความคิด ที่ผู้ร่วมสัมมนาอาจมิได้กล่าวถึง เท่าที่จําเป็น

  • ชิ้นส่วนต่าง ๆ เป็นจิ๊กซอ ที่ใช้ในการต่อรูป ท่านคิดว่าคู่ของท่าน มีอะไรที่ส่งเสริม เติมเต็มให้แก่ กันและกันได้บ้าง…. มีท่านใดที่จะยกเป็นตัวอย่างได้บ้าง…
  • ขอแต่ละท่าน นึกคิด พิจารณา ตั้งใจว่า สิ่งที่ฉันจะมอบให้ กับคู่ชีวิตของฉัน ต่อจากนี้คือ…

กิจกรรมที่ 14 สามีภรรยา ก้าวไปด้วยกันทั้งยามสุข ยามทุกข์ เวลาสบาย หรือเจ็บป่วย

ถอดบทเรียนจาก สถานกาณ์จําลอง ที่ต้องก้าวไปด้วยกัน

ขั้นตอนและแนวทางดําเนินกิจกรรม

พิธีกรต้องใส่ใจ ปฏิกิริยา ของผู้ร่วมสัมมนาแต่ละท่าน แต่ละคู่ เพื่อประกอบการนําเสนอคําถาม

ขั้นตอนที่ 1 : พิธีกร แนะนํา การดําเนินกิจกรรม ทีละขั้นตอน

  • ขอผู้ร่วมสัมมนา จัดที่นั่งเป็นวงกลม สามีภรรยา นั่งติดกัน และห่างจากคู่อื่น ประมาณ 1 ม.
  • ขอทุกท่านตั้งสติ และรวบรวมความคิดที่ท่านได้รับ และแลกเปลี่ยนกัน ระหว่างการสัมมนา
  • แต่ละคู่มีภารกิจต้องทําร่วมกัน ขอท่านทําภารกิจนี้อย่างมีสติ ขอยํ้าว่า ท่านเป็นคู่อุปถัมภ์ของกัน
  • เมื่อผู้ร่วมสัมมนาทุกท่านพร้อมและ อยู่ในความสงบเงียบ
  • ทีมงานนําขวดเบียร์ 4-5 ใบปล่อยให้แตก นําถ่านไฟแดง ๆ มาใส่กระจาย เป็นวงกว้างประมาณ 3-4 ม.
  • ทีมงานเกลี่ยพื้นที่  ให้มีช่องว่างพอสมควรที่จะสามารถเดินผ่านไปได้
  • นําตะปูเป๊กหัวมนสักสองกล่อง โรยทั่วไป
  • ขอสามีภรรยา แต่ละคู่ปรึกษากันเบา ๆ ถึงวิธีการที่ทั้งสองจะต้องร่วมกัน เดินผ่านกลาง อุปสรรค เหล่านี้ ไปได้อย่างปลอดภัย
  • ในระหว่างที่ทั้งสองเดินผ่านอุปสรรคนั้น ท่านสามารถจับมือ ประคับประคองกัน และพูดบอกกันได้
  • ท่านจะใช้เวลามากน้อยเท่าใด อยู่กับท่านทั้งสอง
  • คู่ใดพร้อม ขอรับผ้าปิดตาจากทีมงาน ให้ท่านร่วมกันตัดสินใจว่า ท่านใดจะเป็นผู้ปิดตา

ขั้นตอนที่ 2 : ผู้ร่วมสัมมนา ดําเนินกิจกรรม ตามขั้นตอน ( ทีมงานเตรียมผู้ที่แข็งแรง 2-3 ท่าน นั่งอยู่ในวง เป็นผู้เฝ้าระวังความปลอดภัย)

  • คู่สามีภรรยา ที่พร้อมก่อน ดําเนินกิจกรรมก่อน ทีละคู่ ตามความพร้อม
  • ขณะที่คู่หนึ่งคู่ใดกําลังดําเนินการอยู่ ขอให้คู่อื่น ๆ สงบเงียบ และส่งกําลังใจ
  • เมื่อดําเนินกิจกรรมครบทุกคู่แล้ว ขอผู้ร่วมทุกท่านขยับที่นั่งมาใกล้ชิดกัน แต่ยังคงให้อุปสรรคนั้นอยู่ ที่เดิม

ขั้นตอนที่ 3 : พิธีกร ตั้งคําถาม เชิงวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะทํากิจกรรม

ตัวอย่างคําถาม

  • เมื่อท่านเห็นทีมงานนําขวด ถ่านไฟ ตะปูเป๊ก มาใส่ แล้วพิธีกรแจ้งว่า คู่ของท่านจะต้องพากันผ่านไป โดยที่มีท่านหนึ่งต้องปิดตา ขณะนั้นท่านรู้สึก คิด อย่างไร
  • คู่ของท่านเตรียมตัวอย่างไร ก่อนที่จะก้าวออกมา ดําเนินกิจกรรม
  • ขณะที่ท่านอยู่ระหว่างการดําเนินกิจกรรม ท่านรู้สึก อย่างไร (ถามทั้งผู้ที่ปิดตา และผู้ที่นําพา)
  • ท่านใช้วิธีการอย่างไร ในการก้าวผ่านอุปสรรคเหล่านั้น
  • เมื่อท่านก้าวผ่านอุปสรรคเหล่านั้นแล้วท่านรู้สึกอย่างไร
  • สิ่งสําคัญที่สุดสําหรับท่าน ที่ช่วยให้ท่านผ่านอุปสรรค คืออะไร

ขั้นตอนที่ 4 : พิธีกรตั้งคําถาม เชิงประยุกต์กับชีวิตจริง เพื่อผู้ร่วมสัมมนา คิด ไต่ตรอง และแลกเปลี่ยน

ตัวอย่างคําถาม

  • ขอท่านกล่าวถึงความสําคัญของชีวิตคู่ของท่าน
  • ขอท่านสงบเงียบ จับมือ หรือโอบคู่ชีวิตของท่าน (ทีมงานเปิดเพลง เรามีเรา)
  • ขอสามีภรรยา ทีละคู่ “สามีมีคําพูดใดที่อยากจะบอกกับภรรยาคู่ชีวิตของท่านไหม” “ภรรยา มีคําพูดใดที่อยากจะบอกกับสามี คู่ชีวิตของท่านไหม”

ขั้นตอนที่ 5 : เชิญผู้ร่วมสัมมนา 1-2 ท่าน สรุปข้อคิดที่ได้รับจากกิจกรรม

ขั้นตอนที่ 6 :พิธีกร เชิญพระสงฆ์ หรือผู้อาวุโส ที่อยู่ร่วมเฝ้าสังเกตกิจกรรม กล่าวให้โอวาท และอวยพรคู่สามี ภรรยา ทีละคู่

  • ขอผู้ร่วมสัมมนาเป็นผู้เก็บอุปสรรคต่าง ๆด้วยตนเอง

หมวดที่ 5 สามีภรรยา ผู้ร่วมแผนการกับพระเจ้า ในการสืบทอดชีวิต

ศักดิ์ศรี และเกียรติ ของสามี ของภรรยา ได้รับจากพระเจ้า พระผู้สร้างตามแผนการสร้างมนุษย์ ของพระองค์ ดังที่กล่าวในพระคัมภีร์ บทปฐมกาล “เราจะสร้างมนุษย์ ตามฉายาของเรา ให้มนุษย์ ชาย หญิง เป็นคู่อุปถัมภ์ กันและกัน และให้เขามีลูกหลานทวีขึ้น” ด้วยเหตุนี้ เกียรติที่ได้รับ จึงเป็นพันธะกิจ นอกจากการเป็นคู่อุปถัมภ์ กันและกันแล้ว ยังต้องเป็นผู้ร่วมกับพระเจ้าในการสร้าง สืบทอดชีวิต อีกด้วย

กิจกรรมที่ 15 ศักดิ์ศรีของสามีและภรรยา ผู้การร่วมแผนการกับพระเจ้า ในการสืบทอดชีวิต ร่วมไตร่ตรอง ศักดิ์ศรี ความเป็นสามี ภรรยา และศึกษาวางแผนการให้กําเนิดลูก

ขั้นตอนดําเนินกิจกรรม

ขั้นตอนที่ 1 : พระสงฆ์

  • ให้ความรู้ ความเข้าใจ แผนการสร้างมนุษย์ ตามฉายาของพระเจ้า และมีพระประสงค์ให้มนุษย์ ร่วมแผนการกับพระองค์ในการสร้าง เป็นแผนการสืบทอดชีวิต ด้วยเหตุนี้ พระองค์สร้างมนุษย์เป็นชาย และหญิง ที่มอบตัว อุทิศตน เป็นคู่อุปถัมภ์ของกันและกัน
  • คุณค่า ศักดิ์ศรี ทางเพศ ของชายและหญิง
  • ความแตกต่าง ทางร่างกาย และจิตใจ ของชายและหญิง ที่สามีภรรยาต้องเรียนรู้ เข้าใจกันและกัน
  • เพศสัมพันธ์ของคู่สามีภรรยาเป็นการแสดงความรัก มอบตัวอุทิศตนทั้งคู่ แก่กันและกัน
  • เพศสัมพันธ์ของสามีภรรยา นอกจากเป็นการแสดงความรัก มอบตัวอุทิศตนแล้ว ยังเป็นไปตาม แผนการสร้างมนุษย์ สืบทอดชีวิต ด้งนั้นลูกที่เกิดมา จึงเป็นของประทาน ของขวัญจากพระเจ้า

ขั้นตอนที่ 2 : วิทยากร ให้ความรู้ ความเข้าใจ ที่สามีภรรยาต้องศึกษา และเตรียมความพร้อม เพื่อความร่วมมือใน การให้กําเนิดลูก

  • ศึกษา คลิป วินาทีชีวิต
  • สามีภรรยา ต้องเรียนรู้ร่วมกัน ถึงกระบวนการและช่วงเวลาที่เหมาะสม พร้อมปฏิสนธิ กล่าวคือการ ที่เซลล์สืบพันธ์(อสุจิ)ของสามี ผสานเข้ากับเซลล์สืบพันธ์(ไข่)ของภรรยา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิต ใหม่ และจะพัฒนาเติบโตต่อไป
  • สามีภรรยา ร่วมกันเรียนรู้ การใช้ แอปพลิเคชั่น (Application) เช่น Flo Period Tracker ติดตามรอบเดือนและช่วยคํานวณวันไข่ตกของภรรยา ช่วงเวลาที่โอกาสตั้งครรภ์สูงที่สุด เมื่อพร้อมจะมีบุตร

หมวดที่ 6 เสริมสร้างความสัมพันธ์กับพระเป็นเจ้า และเพื่อนมนุษย์

กิจกรรมที่ 16 ร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณ ความรัก พระเมตตา และพระพรที่ได้รับ ในชีวิตครอบครัว “ไม่มีความรักใดที่ยิ่งใหญ่ เท่าการ สละชีวิต อุทิศตน เพื่อคนที่รัก”

  • พิธีบูชามิสซาขอบพระคุณ ถือเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ ของคริสตชนคาทอลิก เป็นการขอบพระคุณระลึกถึง และร่วมกับพระเยซู ที่ได้สละชีวิต อุทิศตน รับการถูกตรึง และสิ้นพระชนน์ บนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปของมนุษย์
  • นอกจากนั้นยังเป็นโอกาส ที่จะสํานึกและขออภัยความผิดที่ได้กระทํา ต่อพระเจ้า ต่อครอบครัว และต่อเพื่อนมนุษย์และขอพระพรสําหรับตนเอง ครอบครัว สังคม เพื่อการดําเนินชีวิตต่อไป
  • ถือเป็นความสําคัญ สําหรับคู่สามีภรรยา ที่มีความเชื่อ และพิธีปฏิบัติต่างกัน ต้องเคารพ ให้เกียรติ ต่อความเชื่อศรัทธาของกันและกัน พร้อมที่จะส่งเสริมและสนับสนุน ให้คู่ชีวิตของเรา ศรัทธาและปฏิบัติตามความเชื่อ ศรัทธาของตนอย่างดี

กิจกรรมที่ 17 ราตรีสัมพันธ์ รับมอบ เทียน สัญญาลักษณ์แห่งความรักและแสงสว่าง เสริมสร้างความสัมพันธ์ ระหว่างเพื่อนร่วมการสัมมนา และกับรุ่นพี่ที่ร่วมแนวทางการดำเนินชีวิต ครอบครัวเช่นเดียวกัน เสริมสร้างความสัมพันธ์ เป็นดังครอบครัวใหญ่ พร้อมเป็นเพื่อนร่วมทาง ก้าวไปด้วยกัน

ขั้นตอนดําเนินกิจกรรม

ขั้นตอนที่ 1

  • ผู้ร่วมสัมมนา จัดที่นั่งเป็นวงกลม สงบเงียบ สามีภรรยานั่งคู่กัน
  • รุ่นพี่ (ร้องเพลง ชีวิตใหม่) แห่เทียน มอบให้ผู้ร่วมสัมมนา และยืนล้อมรอบผู้ร่วมสัมมนา
  • ทุกท่านร่วมร้องเพลง คืนแห่งแสงเทียน และพระสงฆ์ ตามด้วย ผู้ร่วมสัมมนาและรุ่นพี่ นําเทียนปักในภาชนะที่เตรียมไว้
  • พระสงฆ์ กล่าวให้ความหมายของแสงเทียน และเทียนที่จุดร่วมกันวันนี้

ขั้นตอนที่ 2

  • ร้องเพลง เล่นเกม สนุกพอสมควร
  • ร่วมอธิษฐาน ภาวนาขอบพระคุณ และต่างแยกย้ายพักผ่าน
  • พิธีกร เน้นยํ้า การบ้านที่ได้รับมอบหมาย “กล่าวถึงความดีของคู่ชีวิต”

หมวดที่ 7 จิตตารมณ์แห่งความรัก และรับใช้ สร้างเสริมความสนิทสัมพันธ์กับคู่ชีวิต และกับพระเจ้าการสัมมนา ตลอดระยะเวลา 2 วัน คู่สามีภรรยา ได้ไตร่ตรอง ทบทวนตนเอง เป็นลําดับ ช่วงเวลาจากนี้ เป็นช่วงเวลาที่สําคัญยิ่งของการสัมมนา และของคู่ชีวิต แต่ละคู่ ที่จะก้าวออกมา เพื่อรื้อฟื้น “คํามั่นสัญญา” ที่ได้ให้ไว้แก่กัน และต่อหน้าพระเจ้า

กิจกรรมที่ 18 การรําพึงภาวนา เสริมความสนิทสัมพันธ์พระเจ้า “บิดาผู้ใจดี”

ขั้นตอนและแนวทางดำเนินกิจกรรม

ขั้นตอนที่ 1

  • พิธีกร นําเสนอคําอุปมาของพระเยซูเจ้า “บิดาผู้ใจดี ลก.15:11-32”ที่แสดงให้เห็นความรัก ห่วงใย เมตตา ของพระเจ้า ต่อมนุษย์

ขั้นตอนที่ 2

  • ขอผู้ร่วมฯ นั่งไตร่ตรอง อุปมาของพระเยซู ที่ได้ฟังสักครู่นี้
  • ขอเชิญผู้ร่วมที่ประสงค์ จะแบ่งปัน สัก 4-5 ท่าน

ขั้นตอนที่ 3

  • พิธีกรร่วมการแลกเปลี่ยน พระเจ้าในฐานะพระผู้สร้างมนุษย์ พระองค์เป็นเสมือนบิดา ที่รักและห่วงใย ปรารถนาดี ต่อลูกทุกคน ไม่ว่าเราจะ รู้จัก เชื่อพระองค์หรือไม่ก็ตาม ในฐานะมนุษย์ เราก็รู้จักพระองค์แบบที่มนุษย์พึงจะเข้าใจได้ พระเจ้าอยู่ท่ามกลางเราในรูปแบบของพ่อแม่ ครูอาจารย์ นักบวช หรือแม้แต่คนที่ สังคมมองว่าตํ่าต้อย น่ารังเกียจ หรือเป็นคนเลว คนบาป แต่ในสายตาของพระองค์ ถือ ทุก ๆคนเป็น“ลูก” ซึ่งก็รวมถึงเราทุกคนที่นี้ด้วย

กิจกรรมที่ 19 คุณความดี ที่ต้องกล่าวถึงและขอขอบคุณ ทบทวน และกล่าวยืนยันถึงคุณความดีของคู่ชีวิตของเรา

ขั้นตอนและแนวทางดําเนินกิจกรรม

พิธีกรต้องใส่ใจ ปฏิกิริยา ของผู้ร่วมสัมมนาแต่ละท่าน แต่ละคู่ เพื่อประกอบการนําเสนอคําถาม

ขั้นตอนที่ 1 : พิธีกร

  • กล่าวทบทวน ถึงกิจกรรมที่ได้ทําช่วงเวลาที่ผ่าน ๆ มาเล็กน้อย
  • แนะนําการดําเนินกิจกรรม
  • ขอสามีภรรยา จัดที่นั่ง หันหน้าหากัน และจับมือกัน
  • ขอทุกท่านอยู่ในความสงบ เงียบ และส่งพลังใจให้แก่กัน

ขั้นตอนที่ 2 : ผู้ร่วมสัมมนา ดําเนินกิจกรรม ตามขั้นตอน

พิธีกร เชิญผู้ร่วมสัมมนา ทีละคู่

  • ขอสามี กล่าวถึงคุณความดีของภรรยา ตามที่ได้เตรียมมา (ดังพอให้ทุกคนได้ยิน)
  • ขอภรรยา กล่าวถึงคุณความดีของภรรยา ตามที่ได้เตรียมมา (ดังพอให้ทุกคนได้ยิน)

ขั้นตอนที่ 3 : พิธีกร

  • ขอให้สามีภรรยาที่ละคู่ ภรรยากล่าวขอบคุณสามี และสามีกล่าวขอบคุณภรรยา (ดังพอให้ ทุกคนได้ยิน)
  • ขอสามีภรรยา ซบไหล่ โอบ กันและกัน (เปิดเพลง “เธอหนอเธอ” หรือ “คนดีไม่มีวันตาย”)

กิจกรรมที่ 20 ความรัก ให้อภัยและไม่จดจําความผิด เป็นการแสดงความรักขั้นสูง (Agape) ต่อกันและกัน ต่อหน้าพระเจ้า

ขั้นตอนและแนวทางดําเนินกิจกรรม

พิธีกรต้องใส่ใจ ปฏิกิริยา ของผู้ร่วมสัมมนาแต่ละท่าน แต่ละคู่ เพื่อประกอบการนําเสนอคําถาม

ขั้นตอนที่ 1 : พิธีกร แนะนํา การดําเนินกิจกรรม

  • แต่ละคู่ยังคงนั่งที่เดิม(กิจกรรมที่ผ่านมา)
  • พิธีกรนําพระวรสารเรื่องราว หญิงที่ทําผิดประเวณี ( ย. 8:1-11) อ่านให้ผู้เข้าร่วมฯ ฟัง ช้าๆ เน้นประเด็นสําคัญ
  • พิธีกร อธิบายนิดหน่อยว่า เรื่องที่เกิดขึ้น ฝูงชนต่างประมาณ หญิงที่กระทําผิด น่าอาย สมควรเอาหินทุ่มให้ตาย ท่าทีของพระเยซู พระองค์ไม่ทรงซักไซ้ ไม่สอบสวน พระองค์มองที่ความสํานึกผิด ของหญิงที่กระทําผิด ที่พร้อมจะปรับเปลี่ยนชีวิต ถ้าได้รับการอภัย และพระองค์ ได้ตรัสกับหญิงนั้นว่า “เราไม่เอาผิดกับเธอ กลับไป แล้วอย่าทําอีก”
  • พิธีกร ชี้แจง เราจัดห้อง ที่สงบเงียบและภายในห้องนั้น ตามความเชื่อของคริสตชนคาทอลิก เราได้เชิญพระเยซูในรูปแบบของศีลมหาสนิท (ปังศักดิ์สิทธิ์) มาประทับในห้องนั้น
  • ต่อจากนี้ ขอเชิญคู่สามีภรรยา ที่พร้อมจะกล่าวคําขออภัยและพร้อมจะให้อภัยต่อกันทีละคู่ พากัน เข้าไปในห้องนั้น
  • ขอท่านอย่า รื้อฟื้นอดีตหรือกล่าวโทษใด ๆ ขอเพียงจิตใจที่สํานึกในความพกพร่อง ผิดพลาดและใจที่พร้อมให้อภัย ขอกล่าวแก่กัน ดังที่พระเยซูได้พูดกับหญิงที่ผิดประเวณี เพียงว่า “ฉันไม่เอาผิดเธอ กลับไป แล้วอย่าทําอีก”

ขั้นตอนที่ 2 : ผู้ร่วมสัมมนาดําเนินกิจกรรม ตามขั้นตอน

  • เมื่อคู่ที่ทํากิจกรรมเรียบร้อยแล้ว ขอให้แต่ละคู่ เตรียมเครื่องบูชาส่วนตัว เพื่อนําเป็นของถวาย ระหว่างมิสซาบูชาขอบพระคุณ วันนี้ โดยการเขียนความตั้งใจและคําขอพระพรสําหรับคู่ชีวิต และลูก และบุคคลในครอบครัวของตน

กิจกรรมที่ 21 คุณค่าของพระธรรมและพิธีกรรมในพระศาสนา เสริมสร้างความรัก ความอบอุ่นเข้มแข็ง มั่นคง คู่สามีภรรยา ต่างความเชื่อ ร่วมศึกษา ทําความเข้าใจ ต่อความเชื่อ ศรัทธา และวิถีปฏิบัติของกันและกันด้วย ความเคารพ ให้เกียรติ และส่งเสริมกันและกัน

แนวทางดําเนินกิจกรรม

ขั้นตอนที่ 1 : เชิญพระสงฆ์ หรือผู้ที่มีความเข้าใจ เรื่องศาสนสัมพันธ์ ให้คําอธิบาย เพื่อให้คู่สามีภรรยาที่มีความ เชื่อ ศรัทธา ตามคําสอนศาสนาต่างกัน ได้เข้าใจ และมีแนวทางปฏิบัติด้วยความเคารพ ให้เกียรติ และ ส่งเสริม กันและกัน

  • การร่วมพิธีบูชามิสซาขอบพระคุณ การภาวนาร่วมกันในครอบครัว และการร่วมกิจกรรมต่างๆ ของคริสตชนคาทอลิก
  • การมีส่วนร่วม ฟังเทศน์ ฟังธรรม ทําบุญ ร่วมงานบวช งานแต่ง ฌาปนกิจ และการร่วมพิธีวันสําคัญ ต่างๆ ของพุทธศาสนิกชน
  • การเข้าร่วมพิธีรื้อฟื้นคํามั่นสัญญา สมรสวันนี้

คํามั่นสัญญาของคู่สมรส คือ หัวใจสําคัญที่สุดของพิธีศีลสมรส คําปฏิญาณนี้ ไม่ใช่เพียงข้อตกลงตาม กฎหมาย แต่เป็น “พันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์” ต่อหน้าพระเจ้า ให้สัตย์สัญญาว่า จะรัก ซื่อสัตย์และดูแลกันไป จนกว่าชีวิตจะหาไม่ ความหมายและคุณค่าของคํามั่นสัญญานี้ เป็นเครื่องหมายของความรักของพระคริสต์ : ความสัตย์ซื่อของคู่สมรสสะท้อนถึงความรักและความซื่อสัตย์ที่พระเยซูคริสต์ทรงมีต่อพระศาสนจักร ซึ่งเป็น ความรักที่มั่นคง ยืนยันด้วยการสละพระชนม์ชีพ การรวมเป็นนํ้าหนึ่งใจเดียวกัน : เป็นการประกาศว่าชายและ หญิงจะสละความเป็นส่วนตัวเพื่อรวมเป็น “เนื้อเดียวกัน” ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ การดําเนินชีวิต ตามคํามั่นสัญญาทุก ๆวัน คือวิถีทางที่ช่วยขัดเกลา ส่งเสริมความศักดิ์สิทธิ์ ให้แก่กันและกันในชีวิตประจําวัน คุณค่าหลักของคํามั่นสัญญา

ทั้งสองฝ่ายต้องให้คําสัญญาด้วยความรักที่บริสุทธิ์ อิสระและเต็มใจ โดยปราศจากการบังคับข่มขู่ หรือ เงื่อนไขใด ๆ ความซื่อสัตย์ คือคํามั่นที่จะรักและมอบตนเองให้แก่คู่สมรสเพียงผู้เดียวเท่านั้น ตลอดชีวิต และพร้อมการเปิดรับชีวิตใหม่ ลูกเป็นผลของความรักของพ่อและแม่ เป็นพระพร”จะซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามสุข และยามทุกข์ ในเวลาป่วยไข้และสบายดี” เป็นพลังใจและเครื่องเตือนสติให้คู่รักร่วมมือกันข้ามผ่านอุปสรรคใน ชีวต ความซื่อสัตย์ คําสัญญาที่ถาวรช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความปลอดภัยและความอบอุ่นซึ่งจําเป็นอย่างยิ่ง ต่อการเจริญเติบโตทางอารมณ์ และสติปัญญาของลูก ๆ นยุคที่ความสัมพันธ์มักเปราะบาง การรักษาคํามั่น สัญญาของคู่สมรสเป็นแบบอย่างที่งดงามเป็นประจักษ์ให้แก่โลก ของการมอบความรักแท้ ที่ไร้เงื่อนไข

ขั้นตอนที่ 2 : ซักซ้อม เตรียมขั้นตอนพิธีการ

กิจกรรมที่ 22 พิธีบูชาขอบพระคุณ และการรื้อฟื้นคํามั่นสัญญา แห่งศีลสมรส (พิธีสมรส)

ขั้นตอนดําเนินพิธีกรรม

ขั้นตอนที่ 1 : จัดเตรียมพิธี

  • ผู้เข้าร่วมพิธี แต่งตัวชุดที่เตรียมเป็นพิเศษ
  • จัดที่นั่งพิเศษ สําหรับผู้เข้าพิธีรื้อฟื้นคํามั่นสัญญา พร้อมที่นั่งสําหรับผู้เป็นพยาน (ให้เกียรติ ผู้ที่เชิญชวนเข้าร่วมการสัมมนา เป็นพยาน)
  • ที่คุกเข่าตําแหน่ง หน้าพระแท่น สําหรับผู้เข้าพิธีรื้อฟื้น ฯ
  • เทียน คู่ละ 1 เล่ม เพื่อให้พระสงฆ์ มอบให้ผู้เข้าพิธีรื้อฟื้น
  • แผ่นข้อความ คํารื้อฟื้น
  • ประกาศนียบัตร สําหรับผู้ผ่านการสัมมนา ฯ และเข้าพิธีรื้อฟื้น ฯ
  • เตรียมผู้อ่าน พระวาจา และบทภาวนาเพื่อมวลชน

ขั้นตอนที่ 2 : ร่วมพิธี

  • พระสงฆ์ ประธานพิธี ออกมาต้อนรับผู้เข้าร่วมพิธี ร่วมเดินแห่เข้าพิธี และนั่งในที่ ๆ เตรียมไว้
  • ร่วมพิธีมิสซา ตามจารีต คาทอลิก
  • ภาคถวาย ผู้แทนผู้เข้าร่วม ฯ รับข้อตั้งใจจากผู้เข้าร่วม ฯ มอบถวายให้ประธานพิธี
  • ภาครับศีลมหาสนิท ให้คู่สามีภรรยา ตั้งแถวตามลําดับ เพื่อรับศีลสําหรับผู้เป็นคาทอลิกที่เตรียมตัว พร้อมสําหรับผู้ต่างความเชื่อ ถ้าปรารถนา มีส่วนร่วม ขอเชิญออกมารับพร จากพระสงฆ์ประธานพิธี โดยการโค้งตัวเพื่อขอรับพร
  • จบพิธีบูชามิสซา เข้าสู่พิธีรื้อฟื้นคํามั่นสัญญา สําหรับผู้ที่ได้ให้คํามั่นสัญญาแก่กันแล้ว ผู้ที่ยังมิได้เข้า พิธีให้คํามั่นสัญญา ขอรอเวลาที่พร้อมเพื่อประกอบพิธีให้คํามั่นสัญญาในโอกาสต่อไป
  • พิธีรื้อฟื้นคํามั่นสัญญา
    • พยาน นําคู่สามีภรรยา ที่พร้อมเข้าพิธีฯ ทีละคู่ เดินมาหน้าพระแท่น
    • ผู้เข้าพิธีจับมือกัน พร้อมกล่าวคํารื้อฟื้น
    • ประธานพิธีพรมนํ้าเสก อวยพร พร้อมมอบเทียนสัญญาลักษณ์แสงธรรมนําทาง และมอบประกาศนียบัตร
    • จบพิธีรื้อฟื้น ถ่ายภาพร่วมกัน และทีมงานร่วมแสดงความยินดี

กิจกรรมที่ 23 เสริมสร้าง “ครอบครัวอภิบาลครอบครัว”
ถอดบทเรียนจาก สถานะการจําลอง ต่อให้ยาว

ขั้นตอนและแนวทางดําเนินกิจกรรม

พิธีกรต้องใส่ใจ ปฏิกิริยา ของผู้ร่วมสัมมนาแต่ละท่าน แต่ละคู่ เพื่อประกอบการนําเสนอคําถาม

ขั้นตอนที่ 1 : พิธีกร แนะนํา การดําเนินกิจกรรม

  • พิธีกรท้าทายผู้ร่วม ฯ พร้อมจะเข้าสู่การทดสอบความพร้อมร่วมเป็นทีมงาน ผู้ร่วมอภิบาล ครอบครัวด้วยกันหรือไม่
  • เพื่อแสดงความพร้อม ขอให้ผู้ร่วมฯ ร่วมมือกัน ใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่ ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า นํามาต่อติด กันเป็นเส้นต่อเนื่อง ตามจุดที่กําหนดให้ ต้องกระทําให้แล้วเสร็จภายในเวลา นับ 1-100 ถ้าใช้เวลา เกินกว่านั้น ถือว่าไม่มีความพร้อม
  • ทีมงาน เชียร์ ให้กําลังใจได้ แต่ไม่ให้คําแนะนําใด ๆ

ขั้นตอนที่ 2 : ผู้ร่วมสัมมนา ดําเนินกิจกรรม ตามขั้นตอน เมื่อดําเนินการแล้วเสร็จ

ขั้นตอนที่ 3 : พิธีกร นําวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะทํากิจกรรม

ตัวอย่างคําถาม

  • เบื้องต้นท่านคิดว่าจะกระทําสําเร็จ หรือไม่
  • ท่านใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง และท่านคิดว่าอะไรเป็นอุปกรณ์สําคัญ
  • เพื่อให้การดําเนินงานสําเร็จ อะไรเป็นปัจจัยสําคัญ

ขั้นตอนที่ 4 : พิธีกรตั้งคําถาม ประยุกต์กับการดําเนินงาน อาสาครอบครัวอภิบาลครอบครัว

ตัวอย่างคําถาม

  • ตลอดระยะเวลา 3 วัน 2 คืน ที่เราร่วมการสัมมนา อภิบาล ส่งเสริม ฟื้นฟูชีวิตครอบครัว ครั้งนี้ ท่านคิดว่าทีมงานต้องทําอย่างไร…เพื่อให้งานนี้สําเร็จ ท่านพบเห็นอะไรบ้าง…
  • ท่านยังคิดว่าจะตัดสินใจ สมัครเป็น อาสาครอบครัวอภิบาลครอบครัว หรือไม่…
  • ถ้าท่านสมัครใจอาสาเป็นผู้ร่วมอภิบาลครอบครัว ท่านต้อง…( ผู้ร่วมช่วยกันคิด )….
  • พิธีกรเสริม….เมื่อท่านเห็นคุณค่า ความสําคัญและความจําเป็นของงานอภิบาลครอบครัว
    • ขอท่านเชิญชวนผู้ที่ท่านรัก ปรารถนาดีต่อเขา มาเข้าร่วมการสัมมนา
    • ขอท่านเอาตัวและหัวใจ มาร่วมเป็นกําลังใจ ภาวนาให้ผู้เข้าร่วม ฯ ครั้งต่อ ๆไป
    • ท่านสามารถใช้ศักยภาพของท่าน เพื่อสนับสนุนด้านใดด้านหนึ่ง ตามที่ถนัด ท่านพบ ท่านเห็น ท่านได้รับอะไร อย่างไร จากพี่ทีมงาน ขอท่านมอบให้กับรุ่นน้องต่อ ๆไป ดังที่พระเยซู ตรัสว่า “ท่านทําอะไรให้แก่พี่น้อง ท่านได้ทําต่อเราเอง”

ขั้นตอนที่ 5

  • เลือกตั้งกรรมการรุ่น
  • ภาวนาขอพระพร แด่ คุณพ่อ ยอห์น อุลลิอานา ซึ่งเป็นผู้ริเริ่ม คุณพ่อ ซักโก ผู้สานงานต่อมา ขอพระพรพระเมตตาสําหรับรุุ่นพี่ผู้ล่วงลับ และรุ่นพี่ทีมงานทุก ๆ ท่าน

กิจกรรมที่ 24 เสริมความรัก ผูกพัน บุคคลในครอบครัว และปิดการอบรมสัมมนา เตรียมอุปกรณ์

  • ดอกไม้ร่วมแสดงความยินดี
  • เตรียม ลูกหรือบุคคลใกล้ชิดในครอบครัว เพื่อมารับและร่วมแสดงความยินดี (ถ้าไม่สะดวก จริง ๆขอเป็นการถ่ายคลิป หรือวีดีโอคอล)

ขั้นตอนดําเนินกิจกรรม

  • คู่สามีภรรยา ทีละคู่เดินจับมือกัน เข้าสถานที่ทําพิธีปิดการสัมมนา
  • ลูก หรือบุคคลใกล้ชิด มอบดอกไม้ (ถ้าเป็นลูก ขอให้กราบคุณพ่อคุณแม่)
  • ประธานพิธีนํามอบดอกไม้ ตามด้วยพี่ทีมงาน
  • ประธานหรือผู้อํานวยการ มอบเทียนให้ประธานรุ่นปัจจุบัน และกล่าวแสดงความยินดี
  • ประธานรุ่นกล่าวขอบคุณทีมงาน
  • ประธาน สชค.กล่าวแสดงความยินดี และต้อนรับทีมงานอาสารุ่นใหม่
  • ประธานพิธี กล่าวแสดงความยินดีกับผู้เข้าร่วม ฯ และขอบคุณทีมงาน
  • ภาวนา อวยพร ปิดการสัมมนา

เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

ตารางเวลา
กระบวนการสัมมนา อภิบาลครอบครัว ส่งเสริม ฟื้นฟูชีวิตคู่ขั้นที่ 1

วันศุกร์

17.00 น.            ต้อนรับ และรับลงทะเบียน
18.00 น.            รับประทานอาหาร
19.00 น.            วจนพิธีกรรม เปิดการสัมมนา
20.00 น.            กิจกรรมที่ 3 กลุ่มสัมพันธ์ และละลายพฤติกรรม
21.00 น.            กิจกรรมที่ 4 นําเข้าสู่เนื้อหา สถานการณ์ที่ท้าทายชีวิตครอบครัว ในสังคมปัจจุบัน
22.00 น.            พักผ่อน

วันเสาร์

6.30 น.              กิจกรรมที่ 5 ภาวนา และไตร่ตรองคุณค่าชีวิต
7.00 น.              รับประทานอาหาร
8.00 น.              นันทนาการ เตรียมความพร้อม
8.30 น.              กิจกรรมที่ 6 ถอดบทเรียน คุณค่า ศักดิ์ศรี และบทบาทหน้าที่ของชีวิตมนุษย์ ,กิจกรรมที่ 7 ไตร่ตรอง และทบทวนการดำเนินชีวิตของตน
10.00 น.            รับประทานอาหารว่าง
10.30 น.            นันทนาการ เตรียมความพร้อม
10.45 น.            กิจกรรมที่ 8 ความเห็น มุมมองที่แตกต่าง ที่ต้องรับฟัง เพื่อเสริมความรู้ ความเข้าใจกันและกัน
11.15 น.            กิจกรรมที่ 9 ชีวิตคู่ต้องยอมรับประสบการณ์พื้นฐานชีวิตของกัน เชื่อใจ วางใจ ไม่หวาดระแวง
11.45 น.            กิจกรรมที่ 10 เรื่องสําคัญในการดําเนินชีวิตคู่ ที่เราอาจมองข้าม หรือขาดความใส่ใจ
12.15                รับประทานอาหารเที่ยง
12.45 น.            นันทนาการ เตรียมความพร้อม
13.00 น.            กิจกรรมที่ 11 การเสริมสร้างบรรยากาศ ที่อบอุ่น ในครอบครัว
13.45 น.            กิจกรรมที่ 12 พฤติกรรม ที่เป็นอุปสรรค ของการดําเนินชีวิตคู่ ซึ่งต้องหลีกเลี่ยง
15.15 น.            กิจกรรมที่ 13 สามีภรรยา เป็นคู่อุปถัมภ์ ที่เสริมสร้างชีวิตแก่กัน
16.00 น.            รับประทานอาหารว่าง
16.30 น.            กิจกรรมที่ 14 สามีภรรยา ก้าวไปด้วยกันทั้งยามสุข ยามทุกข์ เวลาสบาย หรือเจ็บป่วย
18.00 น.            รับประทานอาหาร
19.30 น.            กิจกรรมที่ 15 ศักดิ์ศรี หน้าที่ เพศสัมพันธ์ ของสามี ภรรยา และการร่วมแผนการสืบทอดชีวิต
21.00 น.            กิจกรรมที่ 16 พิธีบูชาขอบพระคุณความรัก พระเมตตา และพระพรที่ได้รับในชีวิตครอบครัว
22.oo น.            กิจกรรมที่ 17 ราตรีสัมพันธ์ รับมอบเทียน สัญญาลักษณ์แห่งความรัก และแสงสว่าง
23.00 น.            พักผ่อน

วันอาทิตย์

6.30 น.              กิจกรรมที่ 18 รําพึงภาวนาเสริมความสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้า “บิดาผู้ใจดี”
7.15 น.              รับประทานอาหารเช้า
7.45 น.              นันทนาการเตรียมความพร้อม
8.00 น.              กิจกรรมที่ 19 คุณความดีที่ต้องกล่าวถึงและขอขอบคุณ
9.30 น.              กิจกรรมที่ 20 ความรัก ให้อภัย และไม่จดจําความผิด
10.30 น.            รับอาหารว่าง
11.00 น.            กิจกรรมที่ 21 เสริมความเข้าใจในพระธรรมและพิธีกรรมของกันและกัน สร้างความรัก ความอบอุ่น เข้มแข็ง มั่นคงของครอบครัว
12.00 น.            รับประทานอาหารเที่ยง
13.00 น.            กิจกรรมที่ 22 พิธีบูชาขอบพระคุณ และรื้อฟื้นคํามั่นสัญญา แห่งศีลสมรส หรือการสมรส
14.30 น.            กิจกรรมที่ 23 เสริมสร้าง“ครอบครัวอภิบาลครอบครัว” ประเมินผลที่ได้รับจากการสัมมนา
16.00 น.            กิจกรรมที่ 24 เสริมความรัก ผูกพัน บุคคลในครอบครัว
17.00 น.            ปิดการสัมมนา

เดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ เพื่อดำเนินชีวิตตามพันธะกิจต่อไป

พระวรสาร นํามาไตร่ตรองในการสัมมนา

ยอห์น 15:9-17 เราได้เลือกท่าน มอบภารกิจให้ท่านไปทําจนเกิดผล
(9)พระบิดาของเราทรงรักเราอย่างไร เราก็รักท่านทั้งหลายอย่างนั้น จงดํารงอยู่ในความรักของเราเถิด (10)ถ้าท่านปฏิบัติ ตามบทบัญญัติของเรา ท่านก็จะดํารงอยู่ในความรักของเรา เหมือนกับที่เราปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระบิดาของเรา และดํารงอยู่ในความรักของพระองค์ (11)เราบอกเรื่องเหล่านี้แก่ท่านทั้งหลายแล้ว เพื่อให้ความยินดีของเราอยู่กับท่าน และความยินดีของท่านจะสมบูรณ์ (12)นี่คือบทบัญญัติของเรา ให้ท่านทั้งหลายรักกันเหมือนดังที่เรารักท่าน (13)ไม่มีใครมีความรักยิ่งใหญ่กว่าการสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหาย (14)ท่านทั้งหลายเป็นมิตรสหายของเราถ้าท่านทําตามที่เราสั่งท่าน (15)เราไม่เรียกท่านว่าเป็นผู้รับใช้อีกต่อไป เพราะผู้รับใช้ไม่รู้ว่านายของตนทําอะไร เราเรียกท่านเป็นมิตรสหาย เพราะเราแจ้งให้ท่านรู้ทุกสิ่งที่เราได้ยินมาจากพระบิดาของเรา (16)มิใช่ท่านทั้งหลายได้เลือกเรา  แต่เราได้เลือกท่าน มอบภารกิจให้ท่านไปทําจนเกิดผล และผลของท่านจะคงอยู่ เพื่อว่าท่านจะขอสิ่งใดจากพระบิดาในนามของ เราพระบิดาจะประทานแก่ท่าน (17)เราสั่งท่านทั้งหลายดังนี้ว่า ท่านทั้งหลายจงรักกัน

ยอห์น 14:1-12 เราเป็นหนทาความจริงและชีวิ
(1)ใจของท่านทั้งหลายจงอย่าหวั่นไหวเลย จงเชื่อในพระเจ้า และเชื่อในเราด้วย (2)ในบ้านพระบิดาของเรามีที่พํานักมากมาย ถ้าไม่มีเราคงบอกท่านแล้ว เรากําลังไปเตรียมที่ให้ท่าน (3)และเมื่อเราไปและเตรียมที่ให้ท่านแล้วเราจะกลับมารับท่านไปอยู่กับเราด้วย เพื่อว่าเราอยู่ที่ใดท่านทั้งหลายจะอยู่ที่นั่นด้วย (4)ที่ที่เราจะไปนั้น ท่านรู้จักหนทางแล้ว (5)โท มัสทูลว่า “พระเจ้าข้า พวกเราไม่ทราบว่าพระองค์จะเสด็จไปที่ใด แล้วจะรู้จักหนทางได้อย่างไร” (6) พระเยซูเจ้าตรัส ตอบเขาว่า เราเป็นหนทาง ความจริง และชีวิต ไม่มีใครไปเฝ้าพระบิดาได้นอกจากผ่านทางเรา (7) ถ้าท่านทั้งหลายรู้จัก เราท่านก็รู้จักพระบิดาของเราด้วย บัดนี้ ท่านก็รู้จักพระบิดาและเห็นพระองค์แล้ว (8)ฟิลิปทูลว่า “พระเจ้าข้า โปรดทําให้พวกเราได้เห็นพระบิดาเถิด เท่านี้ก็พอแล้ว” พระเยซูเจ้าตรัสว่า (9) “ฟิลิปเอ๋ย เราอยู่กับท่านมานานเพียงนี้แล้ว ท่านยังไม่รู้จักเราอีกหรือ” ‘ผู้ที่เห็นเรา ก็เห็นพระบิดาด้วย ท่านพูดได้อย่างไรว่า “โปรดทําให้พวกเราได้เห็นพระบิดาเถิด” (10)ท่านไม่เชื่อหรือว่าเราดํารงอยู่ในพระบิดา และพระบิดาทรงดํารงอยู่ในเรา วาจาที่เราบอกกับท่านทั้งหลายนี้เรามิได้ พูดตามใจของเรา แต่พระบิดาผู้สถิตในเราทรงกระทํากิจการของพระองค์ (11)ท่านทั้งหลายจงเชื่อเราเถิดว่า เราดํารงอยู่ ในพระบิดา และพระบิดาก็ทรงดํารงอยู่ในเรา หรืออย่างน้อยท่านทั้งหลายจงเชื่อเพราะกิจการเหล่านี้เถิด (12)เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า ผู้ที่เชื่อในเรา ก็จะทํากิจการที่เรากําลังทําอยู่ด้วย และจะทํากิจการที่ใหญ่กว่านั้นอีก เพราะเรากําลังจะไปเฝ้าพระบิดา

ข่าวดี ลูกา 15:11-32 บิดาผู้ใจดี
(11)‘ชายผู้หนึ่งมีบุตรสองคน (12)บุตรคนเล็กพูดกับบิดาว่า “พ่อครับ โปรดให้ทรัพย์สมบัติส่วนที่เป็นมรดกแก่ลูกเถิด” บิดาก็แบ่งทรัพย์สมบัติให้แก่ลูกทั้งสองคน (13) ต่อมาไม่นาน บุตรคนเล็กรวบรวมทุกสิ่งที่มีแล้วเดินทางไปยังประเทศ ห่างไกล ที่นั้นเขาประพฤติเสเพลผลาญเงินทองจนหมดสิ้น (14)เมื่อเขาหมดตัว ก็เกิดกันดารอาหารอย่างหนักทั่วแถบนั้น และเขาเริ่มขัดสน (15)จึงไปรับจ้างอยู่กับชาวเมืองคนหนึ่ง คนนั้นใช้เขาไปเลี้ยงหมูในทุ่งนา (16)เขาอยากกินฝักถั่วที่หมูกินเพื่อระงับความหิว แต่ไม่มีใครให้ (17)เขาจึงรู้สํานึกและคิดว่า “คนรับใช้ของพ่อฉันมีอาหารกินอุดมสมบูรณ์ ส่วนฉันอยู่ที่นี่หิวจะตายอยู่แล้ว (18)ฉันจะกลับไปหาพ่อ พูดกับพ่อว่า “พ่อครับ ลูกทําบาปผิดต่อสวรรค์และต่อพ่อ (19)ลูกไม่สมควรได้ชื่อว่าเป็นลูกของพ่ออีก โปรดนับว่าลูกเป็นผู้รับใช้คนหนึ่งของพ่อเถิด” 20)เขาก็กลับไปหาบิดา ‘ขณะที่เขายังอยู่ไกล บิดามองเห็นเขา รู้สึกสงสาร จึงวิ่งไปสวมกอดและจูบเขา (21)บุตรจึงพูดกับบิดาว่า “พ่อครับ ลูก ทําบาปผิดต่อสวรรค์และต่อพ่อ ลูกไม่สมควรได้ชื่อว่าเป็นลูกของพ่ออีก” (22)แต่บิดาพูดกับผู้รับใช้ว่า “เร็วเข้า จงไปนําเสื้อสวยที่สุดมาสวมให้ลูกเรา นําแหวนมาสวมนิ้ว นํารองเท้ามาใส่ให้ (23)จงนําลูกวัวที่ขุนอ้วนแล้วไปฆ่า แล้วกินเลี้ยง ฉลองกันเถิด (24)เพราะลูกของเราผู้นี้ตายไปแล้วกลับมีชีวิต อีกหายไปแล้ว ได้พบกันอีก” แล้วการฉลองก็เริ่มขึ้น (25)‘ส่วนบุตรคนโตอยู่ในทุ่งนา เมื่อกลับมาใกล้บ้าน ได้ยินเสียงดนตรีและการร้องรํา (26)จึงเรียกผู้รับใช้คนหนึ่งมาถาม ว่าเกิดอะไรขึ้น (27)ผู้รับใช้บอกเขาว่า “น้องชายของท่านกลับมาแล้ว บิดาสั่งให้ฆ่าลูกวัวที่ขุนอ้วนแล้ว เพราะเขาได้ลูกกลับคืนมาอย่างปลอดภัย” (28)บุตรคนโตรู้สึกโกรธ ไม่ยอมเข้าไปในบ้าน บิดาจึงออกมาขอร้องให้เข้าไป (29)แต่เขาตอบบิดาว่า “ลูกรับใช้พ่อมานานหลายปีแล้ว ไม่เคยฝ่าฝืนคําสั่งของพ่อเลย พ่อก็ไม่เคยให้ลูกแพะแม้แต่ตัวเดียวแก่ลูก เพื่อเลี้ยงฉลองกับเพื่อน ๆ (30)แต่พอลูกคนนี้ของพ่อกลับมา เขาคบหญิงเสเพล ผลาญทรัพย์สมบัติของพ่อจนหมด พ่อยังฆ่าลูกวัวที่ขุนอ้วนแล้วให้เขาด้วย” (31)‘บิดาพูดว่า “ลูกเอ๋ย ลูกอยู่กับพ่อเสมอมา ทุกสิ่งที่พ่อมีก็เป็นของลูก (32)แต่จําเป็นต้องเลี้ยงฉลองและชื่นชมยินดี เพราะน้องชายคนนี้ของลูกตายไปแล้ว กลับมีชีวิตอีก หายไปแล้ว ได้พบกันอีก”

ยอห์น 8:3-1 แต่นี้ไปอย่าทําบาปอีก
(3) บรรดาธรรมาจารย์และชาวฟาริสีนําหญิงคนหนึ่งเข้ามา หญิงคนนี้ถูกจับขณะล่วงประเวณี เขาให้นางยืนตรงกลาง (4)แล้วทูลถามพระองค์ว่า “อาจารย์ หญิงคนนี้ถูกจับขณะล่วงประเวณี (5)ในธรรมบัญญัติ โมเสสสั่งเราให้ทุ่มหินใส่หญิงประเภทนี้จนตาย ส่วนท่านจะว่าอย่างไร” (6) เขาถามพระองค์เช่นนี้ เพื่อทดลองพระองค์ หวังจะหาเหตุ ปรักปรําพระองค์ แต่พระเยซูเจ้าทรงก้มลงเอานิ้วพระหัตถ์ขีดเขียนที่พื้นดิน (7) เมื่อคนเหล่านั้นยังทูลถามยํ้าอยู่อีก พระองค์ทรงเงยพระพักตร์ขี้น ตรัสว่า “ท่านผู้ใดไม่มีบาป จงเอาหินทุ่มนางเป็นคนแรกเถิด” (8) แล้วทรงก้มลงขีดเขียนบนพื้นดินต่อไป (9) เมื่อคนเหล่านั้นได้ฟังดังนี้ก็ค่อย ๆ ทยอยออกไปทีละคน เริ่มจากคนอาวุโส จนเหลือแต่พระเยซูเจ้าตามลําพังกับหญิงคนนั้น ซึ่งยังคงยืนอยู่ที่เดิม (10) พระเยซูเจ้าทรงเงยพระพักตร์ขึ้น ตรัสกับนางว่า “นางเอ๋ย พวกนั้นไปไหนหมด ไม่มีใครลงโทษท่านเลยหรือ” (11) หญิงคนนั้นทูลตอบว่า “ไม่มีใครเลย พระเจ้าข้า” พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เราก็ไม่ลงโทษท่านด้วย ไปเถิด และตั้งแต่นี้ไป อย่าทําบาปอีก”